The Phantom

The Phantom (2021)

The Phantom (2021)

ปัจจุบันผมเชื่อ Netflix ถือเป็นอีกหนึ่งแพล็ตฟอร์มที่ผลิตคอนเทนต์สารคดีคุณภาพมากที่สุดแพล็ตฟอร์มหนึ่ง โดยเฉพาะสารคดีแนวสืบสวนฆาตกรรม และผลงานที่เป็นที่ฮือฮามากที่สุดใน เว็บหนังออนไลน์ ก็คือ Making A Murderer เป็นมินิซีรีส์ 2 ซีซั่นที่ติดตามนักโทษคนหนึ่งที่ถูกกล่าวหาว่าฆ่าคน สำหรับวันนี้ผมก็มีสารคดีอีกเรื่องที่มีเนื้อหาคล้ายๆ กันกับ ‘The Phantom’

The Phantom ภาพยนตร์แนว สารคดี Documentary กำกับโดย Patrick Forbes โดยเล่าถึงคดีสะเทือนขวัญในรัฐเท็กซัสปี 1983 ซึ่งมีชายเม็กซิกันคนหนึ่งได้เข้าไปปล้นปั๊มน้ำมันและใช้มีดแทงหญิงสาวจนเสียชีวิต คนร้ายถูกประหารชีวิตทันที แต่หลังจากนั้นกลับพบหลักฐานที่ทำให้เชื่อว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ 

The Phantom

คอร์ปัส คริสติ รัฐเท็กซัส 4 กุมภาพันธ์ ปี 1983 นายตำรวจมาร์ค ชาวเออร์ ได้รับแจ้งเหตุปล้นที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่าพบชายบ้าคลั่งถือมีดมาแทงหญิงสาวคนหนึ่งในร้านพร้อมกับได้เงินไปจำนวน 149 ดอลลาร์ ต่อมา พบชายคนหนึ่งหลบอยู่ใต้รถ ซึ่งไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ เขาถูกจับทันที ชายผู้ต้องสงสัยคนนี้ชื่อว่า คาร์ลอส เดลูน่า เขาปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา รวมถึงการฆาตกรรมหญิงสาวในร้านชื่อ วานด้า โลเปซอีกด้วย คาร์ลอสขอกับทนายให้ได้พูดในศาลต่อหน้าคณะลูกขุน เขามีโอกาสที่จะพูดเพียงครั้งเดียว ซึ่งคาร์ลอสบอกว่าคืนนั้นเขากำลังเดินทางไปหาผู้หญิงคนหนึ่งและได้เห็นคาร์ลอส เฮอร์นานเดซ เดินเข้าไปในร้านพร้อมกับมีด พอเขาเห็นเช่นนั้น เขาก็วิ่งหนีและเข้าไปหลบอยู่ใต้รถ จนสุดท้ายก็ถูกตำรวจจับกุมและยัดคดีให้กับเขา ทนายความของเขาก็ทำหน้าที่ไปสืบดูว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นเป็นความจริงหรือไม่ ปรากฏว่า หญิงที่เขาจะไปหาในคืนนั้นบอกว่าเธอไม่ได้กันกับคาร์ลอส ส่วนชื่อ คาร์ลอส เฮอร์นานเดซ ที่เขาเอ่ยขึ้นมาก็ไม่มีตัวตน คาร์ลอส เดลูน่า ถูกคณะลูกขุนตัดสินว่าผิดจริง ศาลสั่งโทษสูงสุดนั่นคือการประหารชีวิต คาเรน นักข่าวสาวท้องถิ่น ตัดสินใจไปสัมภาษณ์เขาที่เรือนจำ เขาก็ยังยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนทำ ซึ่งหลังจากนั้นคาร์ลอสก็ส่งจดหมายหาคาเรนเพื่อเล่าถึงความทุกข์ที่เขาต้องเจอและยืนยันในความบริสุทธิ์

The Phantom

ในช่วงเวลาดังกล่าว ก็มีทนายบางคนพยายายามยื่นคำร้องขอให้ศาลยกเลิกโทษประหาร โดยนำหลักฐานใหม่ไปให้พิจารณาอีกรอบ ซึ่งสิ่งที่พอจะยืนยันความบริสุทธิ์ของเขาได้ก็คือ ในที่เกิดเหตุเต็มไปด้วยเลือดของเหยื่อ แต่ร่างกายของเขากลับไม่มีเลือดเปื้อนตัวเลยสักหยดเดียว แต่สุดศาลก็ปฏิเสธการพิจารณาคดีใหม่ คาร์ลอสถูกประหารชีวิตในปี 1989 14 ปี ต่อมา ศาสตราจารย์จิม ลีปแมน โรงเรียนกฎหมายโคลัมเบีย พยายามหาสักคดีที่สามารถคัดง้างกับคำพูดของ จอร์จ ดับเบิลยู บูช ว่าตลอดการเป็นประธานาธิบดี ที่รัฐเท็กซัสไม่มีนักโทษคนไหนที่เป็นแพะรับบาป ลูกศิษย์ของจิมเลยเสนอคดีของคาร์ลอส เดลูน่าให้กับเขา สิ่งแรกที่เขาทำคือสืบดูว่า คาร์ลอส เฮอร์นานเดซ มีตัวตนจริงๆ หรือไม่ และคำตอบที่ได้ก็คือ เขามีตัวตนจริง และเมื่อย้อนประวัติอาชญากรรมก็มีมากมายจนน่าตกใจ อีกทั้งเขายังเคยมีคดีปล้นโดยใช้มีดอยู่บ่อยครั้ง แต่ที่น่าสงสัยคือ ทำไมเขายังไม่เคยติดคุกเลยสักครั้ง มากไปกว่านั้น เมื่อไปสัมภาษณ์แฟนเก่าของเฮอร์นานเดซก็รู้ว่า เขาเคยจับผู้หญิงขึ้นรถตู้ ทำการข่มขืนและฆ่าทิ้ง อีกทั้งยังกรีดสัญลักษณ์ตัวเอ็กซ์ที่หลังของเหยื่อ ทว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จับผู้บริสุทธิ์มาแทนและไม่ทำอะไรกับชายคนนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว แล้วทำไมตำรวจถึงไม่กล้าทำอะไรชายคนนี้ จิมไปถามคนในท้องถิ่นจนได้รู้คำตอบว่า เขาและตำรวจเป็นพาร์ทเนอร์กันในบางเรื่องที่ไม่สามารถตอบได้ ทำให้เขาได้รับการคุ้มครองจากตำรวจ ถ้าหากมองในมุมที่กว้างขึ้น ในช่วงปี 70-80 กว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของนักโทษประหารเป็นคนผิวสี ซึ่งอาจจะเป็นอีกวิธีหนึ่งของรัฐที่ตั้งใจจะกำจัดเชื้อชาติอื่นๆ ก็เป็นได้

จบไปแล้วสำหรับ หนังออนไลน์ในเว็บ เรื่องนี้ ในช่วงแรกสารคดีได้หลอกล่อให้เราเชื่อว่าคาร์ลอส เดลูน่า คือฆาตกรตัวจริง โดยยังกั๊กชุดข้อมูลไว้ก่อน แต่พอช่วงหลังกลับให้ชุดข้อมูลใหม่ที่ต่างออกไปและผู้ร้ายที่แท้จริงคือเจ้าหน้า ยิ่งเพิ่มอรรถรสในการดูเป็นอย่างมาก แต่สุดท้ายก็รู้สึกหดหู่ที่ไม่ควรมีใครที่ต้องมาเจอชะตากรรมแบบนี้จากการทำงานห่วยๆ ของรัฐเลยแม้แต่คนเดียว