Target Number One

Target Number One | ปฏิบัติการฉาว (2020)

Target Number One | ปฏิบัติการฉาว (2020)

เราถูกปลูกฝังมาเสมอว่าเมืองไทยเมืองพุทธ สยามเมืองยิ้ม แต่นี่คือการกล่าวอ้างจากผู้มีอำนาจในไทยที่ต้องการจะทำให้เด็กรุ่นใหม่เชื่อว่าประเทศเราน่าอยู่ที่สุด ซึ่งการได้ ดูหนังใหม่ออนไลน์ ของต่างประเทศหลายเรื่องที่มาถ่ายทำในไทย พวกเขากลับไม่ได้นำเสนอความเป็นพุทธหรือยิ้มแย้มแจ่มใสของคนไทยเลย หนังเกือบทุกเรื่องต่างนำเสนอเรื่องยาเสพติดและการค้ามนุษย์ และนั่นแหละคือสิ่งที่ชาวต่างชาติมองเรา เหมือนกับหนังเรื่องหนึ่งที่ผมจะหยิบมาแนะนำในชื่อ “Target Number One ปฏิบัติการฉาว”

Target Number One ภาพยนตร์แนว อาชญากรรม Crime เขียนบทและกำกับโดย แดเนียล โรบี้ เรื่องราวของวิคเตอร์ นักข่าวสืบสวนที่ไปพบความไม่ชอบมาพากลในคดียาเสพติด เนื่องจากพบหนุ่มขี้ยาชื่อ แดเนียล ติดคุกที่ไทยในคดีค้ายา เขาจึงเริ่มสืบสวนและทำข่าวเรื่องนี้เพื่อเปิดความจริง 

ปฏิบัติการฉาว

ในปี 1989 วิคเตอร์ มาลาเร็ก นักข่าวชาวแคนาดา กำลังตรวจสอบสถานการณ์การจับกุม แดเนียล เลเกอร์ ชายที่ติดเฮโรอีนวัย 25 ซึ่งถูกคุมขังในเรือนจำแดนนักโทษประหารของประเทศไทย วิคเตอร์เป็นนักข่าวสืบสวนให้หนังสือพิมพ์ เดอะ โกลบ แอนด์ เมล แต่ถูกบก.กดดันให้ย้ายไปเขียนบทความรายสัปดาห์แทน เพราะสิ่งที่เขากำลังทำอยู่มันเสี่ยงต่อชีวิต แต่วิคเตอร์ก็เมินเฉย ในช่วงสืบหาข้อมูล เขาพบหลายคดีที่ชาวแคนาดาไปติดคุกที่ไทย และแดเนียลถูกตัดสินว่าเป็นผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ อีกทั้งทุกครั้งที่วิคเตอร์ไปสอบถามข้อมูลกับเจ้าหน้าที่รัฐกลับโดนผลักไสไล่ส่งตลอด ยิ่งเพิ่มความสนใจให้กับเขาไปใหญ่ เขาตัดสินใจที่จะเจาะลึกและเปิดเผยบางสิ่งที่น่ากังวลเกี่ยวกับคดีนี้ หนังพาเรามาแนะนำตัวละคร แดเนียล ซึ่งเขาเป็นผู้เสพเฮโรอีน แต่เมื่อเขาได้พบกับเกลน ซึ่งกำลังร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ติดสินบนในการหาแพะในคดีลักลอบค้ายาเสพติด ซึ่งแดเนียลคือเป้าหมายหลัก นักสืบแฟรงค์ คูเปอร์ ได้รับมอบหมายให้มาจัดแจงหลักฐานทั้งหมด เกลนบอกให้แดเนียลไปเที่ยวที่ไทย ตอนแรกพาสปอร์ตไม่ผ่าน แต่ตำรวจก็จัดแจงให้ผ่านจนได้ เมื่อไปถึงไทย เขาไปขอซื้อยากับพ่อค้ายารายหนึ่ง แต่ทันใดนั้น แฟรงค์ คูเปอร์ก็เข้ากับจับกุมเขาทันที ทำให้เขาติดคุกอยู่ที่ไทยนับแต่นั้นเป็นต้นมา 

Target Number One

วิคเตอร์ของร้องกับบก.ให้เขาเดินทางมาที่ไทยเพื่อทำข่าวนี้ บก.ออกค่าเดินทางและที่พักให้แต่ผลลัพธ์ต้องเป็นข่าวหน้าหนึ่งเท่านั้น ไม่อย่างนั้นวิคเตอร์จะไม่ได้ทำข่าวสืบสวนอีกเลย เมื่อมาถึงไทยเขาไปหาแดเนียลเพื่อสัมภาษณ์เชิงลึกทันทีโดยได้รายละเอียดที่น่าสนใจมากมาย ในการพิจารณาคดี แดเนียลไม่สามารถฟังรู้เรื่องกับขณะที่ผู้พิพากษาตัดสินคดีของเขาได้ นักสืบแฟรงค์ คูเปอร์ เป็นพยานเท็จว่าแดเนียลเป็นอาชญากรที่เลือดเย็นและมีเป็นชื่อที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องการมากที่สุดในแคนาดา แดเนียลขอร้องในความบริสุทธิ์ของเขาแต่เมื่อเขาถูกตัดสินว่ามีความผิด เขาก็ปรับเปลี่ยนคำให้การเป็นความผิดและได้รับโทษจำคุก 100 ปี เมื่อวิคเตอร์เข้าถึงข้อมูลที่อันตรายมากเกินไป เขาก็ถูกไล่ออกจากงาน อีกทั้งภรรยาก็ทิ้งเขาไปเพราะไม่อยากเสี่ยงอยู่ในอันตรายเช่นกัน แต่เมื่อบทความของวิคเตอร์ถูกตีพิมพ์ รัฐบาลก็ตั้งแผนกสืบสวนขึ้นมาใหม่เพื่อสืบคดีของแดเนียลโดยเฉพาะ ต่อมาแดเนียลได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำในประเทศไทยหลังจากติดคุกมา 8 ปี วิคเตอร์ ไปรอพบเขาที่สนามบินซึ่งมีการเปิดเผยว่าพ่อและแม่ของแดเนียลทั้งสองได้จากโลกนี้ไปแล้วแต่แดเนียลก็ยังมองโลกในแง่บวกเสมอ อีกทั้งเขายังหันมานับถือศาสนาพุทธด้วย 

จบไปแล้วกับ หนังออนไลน์ไม่มีโฆษณาขั้น เรื่องนี้ ผมคิดว่าหนังเล่าตามข้อมูลจริงแบบคำต่อคำมากเกินไป ทำให้ตัวละครไม่มีมิติ ซึ่งน่าเสียดายเพราะทั้ง 2 ตัวละครหลักนั้นน่าสนใจมาก แต่กลับถูกถ่ายออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควร แม้จะมีนักแสดงเก่งๆ มาเล่นก็ตาม หนังหลงทิศทางไปเยอะส่วนไหนที่ควรจะขยี้กลับปล่อยผ่านแต่ส่วนไหนที่ไม่จำเป็นต้องย้ำกลับไม่ยอมให้มันผ่านไปง่ายๆ จึงส่งผลให้หนังมีความขาดๆ เกินๆ แต่ส่วนที่ผมรู้สึกโอเคคือมันทำให้รู้ว่าสายตาชาวต่างชาติมองบ้านเรายังไง