Road to Roma I เส้นทางสายโรม่า (2020)

Road to Roma I เส้นทางสายโรม่า (2020)

ในช่วงเทศกาลมอบรางวัลภาพยนตร์ทั่วโลก คาบเกี่ยวระหว่างปี 2018 และ 2019 ได้เกิดสิ่งที่เรียกว่าเป็นปรากฏการณ์และสั่นสะเทือนเกณฑ์การให้รางวัลแทบจะทุกเวที ต้นเหตุมาจากภาพยนตร์ที่ฉายทางสตรีมมิ่งเรื่อง Roma ในปี 2018 ที่แม้จะไม่ได้เข้าฉายโรงแต่คุณภาพของหนังดีงามถึงขั้นที่หลายเวทีต้องยอมเปลี่ยนเกณฑ์การให้รางวัลใหม่ โดยให้ หนังHD ที่ไม่ได้เข้าโรงสามารถเข้าชิงรางวัลได้ และแน่นอน Roma ก็ได้เข้าชิงและคว้ามาได้แทบจะทุกเวที มีเพียงเวที Oscar ที่ยังใช้เกณฑ์เดิมนั่นคือหนังที่เข้าชิงต้องเข้าโรงฉายเท่านั้น จึงทำให้ Netflix ต้องนำ Roma เข้าโรงหนังเพื่อให้หนังเป็นไปตามเกณฑ์ของ Oscar และสุดท้ายหนังก็คว้ารางวัลสาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมมาครองได้สำเร็จ

Road to Roma ภาพยนตร์แนว สารคดี Documentary กำกับโดย Andres Clariond และ Gabriel Nuncio จึงเป็นการพาทุกท่านไปชมภาพฟุตเทจเบื้องหลังความสำเร็จของภาพยนตร์สุดโด่งดังเรื่องนี้ พร้อมกับสัมภาษณ์ความรู้สึกของทีมงานและนักแสดงสุดเอ็กซ์คลูซีฟ 

เส้นทางสายโรม่า

เป็นเรื่องปกติที่ทาง Netflix จะทำสารคดีเบื้องหลังของหนังหรือซีรีส์ที่ประสบความสำเร็จ ในส่วนของสารคดีเรื่องนี้มุ่งเน้นไปที่การสัมภาษณ์ อัลฟอนโซ กัวรอน ที่เขียนบทและกำกับ Roma เขาคว้ารางวัลออสการ์สาขาผู้กำกับยอดเยี่ยมมาครองได้จากหนังเรื่องนี้ เขาเล่าว่าวิธีการทำงานของเขานั้นเริ่มไอเดียจากการตั้งคำถามในสิ่งที่หมกมุ่นอยู่ ณ ขณะนั้น อย่างเช่นใน Gravity ปี 2013 หนังที่ว่าด้วยวิศวกรที่กำลังซ่อมดาวเทียมบนวงโคจรรอบโลกแต่ต้องเผชิญกับขยะอวกาศที่พุ่งชนพวกเขาอย่างรุนแรง ในช่วงนั้นอัลฟอนโซ หมกมุ่นอยู่กับเรื่องแรงโน้มถ่วง เขาตั้งคำถามหลายอย่างกับมันว่าจะเป็นยังไงถ้าหากเกิดสิ่งนั้นสิ่งนี้ขึ้นในพื้นที่ที่ไร้แรงโน้มถ่วง ในส่วนของโรม่า เขากำลังหมกมุ่นอยู่กับความทรงจำในวัยเด็ก กระบวนการแรกในการทำงานเรื่องนี้คือเขาเรียกให้ทีมช่างศิลป์มาประชุมและให้สร้างฉากในหนังตามความทรงจำของเขาด้วยการนั่งอธิบายและเล่าถึงความทรงจำ เช่น พื้นกระเบื้องต้องเป็นลายนี้เท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องหนักใจสำหรับทีมงานเพราะพวกเขาไม่ได้เห็นภาพในหัวของผู้กำกับ แต่สุดท้ายก็สามารถหากระเบื้องมาได้เพราะอัลฟอนโซเห็นมันในห้องน้ำสาธารณะและขอซื้อต่อ เขาใช้วิธีประกอบสร้างทั้งบ้านและบริเวณโดยรอบเพื่อรื้อฟื้นความทรงจำเพื่อสามารถต่อยอดไปเขียนบทได้ ซึ่งก็เป็นแบบนั้นจริงๆ เมื่อเขาเห็นห้องนอนในฉากหรือพื้นกระเบื้อง มันทำให้เขานึกถึงผู้หญิงคนหนึ่งในอดีตชื่อ ลิโบ ลิโบเรีย ซึ่งเป็นพี่เลี้ยงของเขาในวัยเด็ก จึงทำให้เขามีไอเดียในการสร้างตัวละครหลักขึ้นมาอย่าง เกลโอ ที่นำแสดงโดย ยาลิตซา อปาริซิโอ เป็นการแสดงหนังครั้งแรกของเธอ นั่นเท่ากับว่าเรื่องราวของเกลโอที่เราได้เห็นในนั้นล้วนมีที่มาจากชีวิตของลิโบ ลิโบเรีย ทั้งสิ้น

Road to Roma

อีกหนึ่งความงดงามของหนังเรื่องนี้คือการถ่ายทำแบบ Long Take ในเหตุการณ์ชุลมุนและผู้คนพลุพล่าน เช่นฉากการจลาจลในเมืองที่มีความยาวราว 10 กว่านาที ฉากนี้ถ่ายทำเสร็จสิ้นเพียงแค่ 2 เทคเท่านั้น เพราะเป็นการวางแผนมาดีจากทั้งทีมงาน ผู้กำกับและหนังแสดง อีกซีนหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือซีนการช่วยชีวิตเด็กๆ ที่เกือบจะถูกคลื่นทะเลซัด หนังถ่าย Long Take ตั้งแต่นั่งคุยกันบนชายหาดในช่วงพระอาทิตย์ใกล้จะตกดิน ความยากของการถ่ายฉากนี้คือต้องห้ามพลาดแม้แต่นิดเดียว เพราะหนังต้องใช้แสงธรรมชาติและหากถ่ายเลท แสงอาจจะหมดและถ่ายทำต่อไม่ได้ รวมถึงนักแสดงต้องเล่นฉากอารมณ์ในขณะที่คลื่นซัดพวกเขา 

สารคดีเรื่องนี้จึงเป็นตัวยืนยันว่า Roma ไม่ใช่ หนังคมชัดHD ที่บังเอิญดีหรือโด่งดังขึ้นมาแบบง่ายๆ หนังผ่านการคิดแล้วคิดอีกของทีมงานและผู้กำกับมาอย่างพิถีพิถัน ทุกเสี้ยววินาทีที่เราเห็นในหนังล้วนมีความหมาย เพราะมันคือความทรงจำของผู้กำกับและเขาทำมันออกมาจากการสั่งสมประสบการณ์ในอาชีพผู้กำกับของเขา ถ้าหากใครเคยดูหนัง Roma มาแล้ว ก็อยากให้ดูสารคดีเรื่องนี้เพื่อเป็นการขอบคุณและชื่นชมทีมงานที่ผลิตผลงานดีๆ มาให้พวกเราได้ดูกัน