Birthday Girl

Birthday Girl | ซื้อเธอมาปล้น (2001)

Birthday Girl | ซื้อเธอมาปล้น (2001)

ปัจจุบันการจะหาคู่เดตนั้นง่ายนิดเดียว เพียงแค่ใช้ปลายนิ้วปัดจอโทรศัพท์ แม้ว่าต่อหน้าคุณจะเป็นคนขี้อายก็อาจจะเจอคนที่พิมพ์แล้วถูกใจกันและกันได้ในสักวัน แต่สำหรับยุคก่อนที่จะมีสมาร์ทโฟนและอินเทอร์เป็นสิ่งที่ยังเข้าไม่ถึงทุกคน คนขี้อายไม่กล้าพูดคุยแล้วอยากจะหาคนรู้ใจนั้น เป็นสิ่งที่ยากลำบากมากๆ จึงเกิดบริการซื้อขายการเดตสำหรับคนเหล่านี้ จากที่ได้ดู หนังHD แล้วรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้เหมาะสมมากๆ ที่จะหยิบมาเล่าให้เห็นถึงประเด็นการออกเดตใน “Birthday Girl ซื้อเธอมาปล้น”

Birthday Girl ภาพยนตร์แนว อาชญากรรม Crime กำกับโดย เจซ บัตเตอร์เวิร์ธ เรื่องราวของหนุ่มธนาคารที่เหงา ไร้คู่ครอง เขาจึงใช้บริการซื้อเจ้าสาวทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่จะมาเขาไปพบเจอกับเรื่องราวอาชญากรรม

ซื้อเธอมาปล้น

หนังเปิดมาที่ชายคนหนึ่งชื่อ จอห์น บัคกิงแฮม กำลังนั่งในห้องมืดๆ ที่บ้านของเขา จอห์นทำงานเป็นพนักงานธนาคารผู้รอบคอบและนั่นก็ทำให้เขาประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว แต่ข้อเสียของเขาคือจอห์นเป็นคนเข้าสังคมไม่ค่อยเก่ง ด้วยนิสัยขี้อายของเขาการหาคู่เดตสักคนนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย นั่นจึงเป็นเหตุให้จอห์นนั่งที่หน้าคอมพิวเตอร์เพื่อเข้าเว็บไซต์บริการรับจ้างเจ้าสาว จอห์นนั่งสัมภาษณ์คนแล้วคนเล่าเพื่อผู้หญิงที่ถูกใจเขาที่สุดในทั่วทุกมุมโลก เช้าวันต่อมาเขาเดินทางไปที่สนามบินลอนดอนซึ่งห่างจากบ้านของเขาถึง 40 ไมล์ เพื่อไปรับสาวที่เขาซื้อมากจากทางอินเทอร์เน็ต เธอคนนั้นเดินทางมาจากประเทศรัสเซียชื่อ นาเดีย พวกเขาสื่อสารกันได้ไม่ดีเท่าไหร่เพราะนาเดียไม่สามารถพูดภาษอังกฤษได้ จอห์นพูดอะไรมาเธอก็ตอบแค่เพียงใช่ๆ แต่นั่นอาจจะไม่ใช่อุปสรรคของความสัมพันธ์ เพราะอาชีพของนาเดียคือดูแลลูกค้าให้เหมือนกับสามีมากที่สุด ในคืนนั้นขณะที่รับประทานอาหาร นาเดียมอบแหวนให้กับจอห์นเพื่อให้เขาสวมบทบาทเป็นสามีอย่างสมจริง ด้วยนิสัยที่ขี้อายของเขา จอห์นจึงแยกห้องนอนกับเธอ แต่กลางดึกคืนนั้นนาเดียวก็แอบมาที่ห้องของจอห์นและใช้มือทำให้เขาจนเสร็จ ทั้งคู่ใช้ชีวิตกันอย่างหวานแหวว วันหนึ่งนาเดียชี้ไปที่พจนานุกรม อังกฤษ-รัสเซีย ว่าวันนี้คือวันเกิดของเธอ และอยากให้มีงานฉลอง ในคืนนั้นนาเดียได้เชิญลูกพี่ลูกของเธอ 2 คนมาที่งานเลี้ยงด้วย คือ ยูริและอเล็กซี่ แม้จอห์นจะไม่ค่อยเห็นด้วยแต่อย่างน้อยพวกเขาก็ช่วยแปลความในใจที่นาเดียต้องการจะพูดกับเขามาตลอด 

Birthday Girl

พวกเขาทั้ง 4 คนไปปิ๊กนิกกันที่ป่าแห่งหนึ่ง ขณะที่เล่นน้ำอยู่อเล็กซี่เกิดอารมณ์ร้อนขึ้นมาและจับนาเดียเป็นตัวประกัน พร้อมกับเรียกร้องค่าไถ่จากจอห์น เขาถูกบังคับไปขโมยจากธนาคารที่เขาทำงานอยู่ หลังจากมอบเงินให้อเล็กซี่ก็มารู้ภายหลังว่าพวกเขาสมรู้ร่วมคิดกัน อีกทั้งอเล็กซี่เป็นแฟนกันกับนาเดีย จอห์นรู้อีกว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาแบบนี้ พวกเขาจับจอห์นแก้ผ้าและไปขังไว้ในห้องใต้ดิน ขณะเดียวอเล็กซี่ก็รู้ในตอนนั้นว่านาเดียได้ตั้งครรภ์จึงทิ้งเธอไว้กับจอห์นและชิ่งหนีไปพร้อมกับเงิน จริงๆ แล้วนาเดียสามารถพูดภาษาอังกฤษได้คล่อง แทนที่จอห์นจะไปแจ้งตำรวจแต่เขากลับเห็นนาเดียและเดินทางไปที่รัสเซียพร้อมกับเธอเพราะต้องการมีลูก ตอนท้ายนาเดียเผยชื่อจริงของเธอว่าชื่อ โซเฟีย 

เอาจริง แค่ชื่อเรื่องของ หนังคมชัดHD เรื่องนี้ก็สปอยล์หนังทั้งเรื่องแล้ว เสียดายที่หนังอุตส่าห์ปูเรื่องมาให้ดูเป็นหนังโรแมนติกแต่พอชื่อหนังไทยตั้งว่า “ซื้อเธอมาปล้น” คนดูก็ไม่ได้สนใจช่วงต้นเลย และรอแค่ว่า ไหน หนังจะมาไม้ไหน ใช้วิธีปล้นยังไง และพอจุดที่ควรจะพีคกลับรู้สึกเฉยๆ ไปเลย ซึ่งชื่อภาษาอังกฤษอย่าง “Birthday Girl” ผมรู้สึกว่าเวิร์คกว่า เพราะไม่ได้บอกตรงๆ แต่เป็นการใบ้ว่าหลังจากงานวันเกิดของนาเดียนั้น ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้วนะ จุดไคลแม็กซ์ของเรื่อง ผมแอบอยากให้ตัวละครจอห์นแก้แค้นนาเดียให้สาสม แต่หนังกลับเลือกมาโรแมนติกซึ่งอารมณมันไม่ได้แล้ว คนดูปรับอารมณ์ให้เป็นหนังอาชญากรรมแล้วจะดึงมาโรแมนติกตอนท้ายแบบนี้ ไม่รู้จะต้องรู้สึกยังไง สุดท้ายนี้ อยากจะบอกแค่ว่า นิโคล คิดแมน ในเรื่องนี้สวยมากๆ 

Tell Me Who I Am

Tell Me Who I Am (2019)

Tell Me Who I Am (2019)

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เกิดแฮชแท็ก “นรกบนดิน” ติดอันดับหนึ่งบนเทรนด์ทวิตเตอร์ เรื่องราวคร่าวๆ เกิดจากหญิงคนหนึ่งถูกวัยรุ่น 7 คนรุมโทรมเธอ ซ้ำร้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจยังทำงานอย่างไร้ประสิทธิภาพจนเธอต้องออกมาเรียกร้องด้วยตัวเองเพราะระบบยุติธรรมพึ่งพาไม่ได้อีกต่อไป ที่ผมนำข่าวนี้ขึ้นมาเล่าก็เพราะว่า หนังHD ที่ผมหยิบมาแนะนำวันนี้เป็นสารคดีที่ถ่ายทอดชีวิตของเหยื่อที่ถูก Sexual Abused ในสารคดีที่มีชื่อว่า “Tell Me Who I Am”

Tell Me Who I Am ภาพยนตร์แนว สารคดี Documentary กำกับโดย Ed Perkins เล่าถึงฝาแฝด อเล็กซ์ และ มาร์คัส ซึ่งอเล็กซ์เกิดอุบัติเหตุและความทรงจำหายไป มาร์คัสจึงสร้างความทรงจำอันสดใสขึ้นมาใหม่เพื่ออยากลบอดีตที่เลวร้าย

Tell Me Who I Am

เรื่องราวเริ่มต้นในปี 1982 เมื่ออเล็กซ์วัย 19 ปี ขี่มอเตอร์ไซค์แล้วรถคว่ำลงข้างถนน ตั้งแต่นั้นความทรงจำส่วนใหญ่ของเขาได้หายไป สิ่งเดียวที่ยังพอจำได้คือ มาร์คัส คือพี่น้องฝาแฝด พัฒนาการของเขาเหมือนกับเด็ก 3 ขวบ พ่อแม่ของทั้งคู่ค่อนข้างเย็นชากับพวกเขา โดยเฉพาะพ่อที่มักจะอารมณ์ฉุนเฉียวและห้ามให้ลูกๆ เข้าห้องทำงานของเขา ฉะนั้น จึงเป็นหน้าที่ของมาร์คัสที่ต้องสอนโลกทั้งใบให้กับอเล็กซ์ เริ่มตั้งแต่แนะนำว่าห้องครัวคืออะไร เปิดแก๊สยังไง โรงเรียนคืออะไร หรือแฟนสาวหมายถึงอะไร เป็นต้น มากไปกว่านั้น มาร์คัสจะนำรูปภาพเก่าๆ มาเล่าให้อเล็กซ์ฟังว่าพ่อแม่เลี้ยงดูพวกเขามาดีแค่ไหน ตอนเด็กๆ พ่อแม่มักจะพาไปเที่ยวต่างประเทศบ่อยๆ ซึ่งทุกอย่างดูมีความสุขดี อเล็กซ์เรียนรู้การใช้ชีวิตอย่างรวดเร็ว สองพี่น้องออกไปปาร์ตี้กับเพื่อนๆ แต่พ่อแม่ก็ยังเคร่งครัดกับพวกเขาอยู่ กระทั่งวันหนึ่ง พ่อของพวกเขาป่วยเป็นโรคมะเร็ง ก่อนที่พ่อจะตาย เขาได้ถามลูกๆ ว่าให้อภัยกับสิ่งที่เขาเคยทำได้มั้ย อเล็กซ์ตอบอย่างไร้เดียงสาว่า ให้อภัยครับ ก็พ่อเป็นพ่อของผม แต่มาร์คัสผู้ที่มีความทรงจำกับอดีตครบถ้วน เขาตอบเพียงแค่ ไม่ สั้นๆ และเดินออกจากห้อง อเล็กซ์ได้แต่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่แต่ไม่กล้าถาม ต่อมาแม่ก็เริ่มป่วยและเสียชีวิตตามพ่อไป ทั้งคู่ตัดสินใจเข้าไปในห้องต้องห้ามอีกครั้งเพื่อที่จะเก็บข้าวของหลังจากพ่อแม่จากไป 

Tell Me Who I Am

สิ่งแรกที่อเล็กซ์เห็นในห้องนั้นคือ เซ็กส์ทอยที่มีจัดเรียงอยู่ตามชั้นวาง เขาเริ่มเปิดลิ้นชัก จนพบรูปภาพหนึ่ง ซึ่งเป็นรูปที่เขาและมาร์คัสวัย 11 ขวบยืนแก้ผ้าเคียงกัน ส่วนหัวของรูปถูกตัดออกไป เขาคิดในใจตอนนั้นว่า พ่อแม่ปกติที่ไหนจะทำกับลูกแบบนี้วะ เขาตัดสินใจเดินไปหามาร์คัสที่ครัวและถามคำถามที่มาร์คัสกลัวที่จะตอบมากที่สุดว่า พ่อแม่ข่มขืนพวกเขาใช่หรือไม่ มาร์คัสตัวสั่น ชามในมือหล่นลงพื้น เขาผงกหัวและเดินออกไปที่สวน หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ไม่เคยพูดเรื่องนี้กันอีกเลย กระทั่ง 30 ปี ผ่านไป ทีมงานได้พาทั้งคู่มาสัมภาษณ์ อเล็กซ์ก็ยังสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่ ต้องย้อนไปตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุ มาร์คัสถือโอกาสนี้ปิดบังอเล็กซ์ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น อีกทั้งยังเป็นการโกหกตัวเองอีกด้วยว่าเรื่องที่ผ่านมาไม่เคยเกิดขึ้น กระทั่งตอนนี้ เขาได้อัดวิดีโอเล่าเรื่องราวในอดีตให้อเล็กซ์ฟัง เพื่อให้เขาไม่มีสิ่งที่ค้างคาในใจอีกต่อไป ในช่วงอายุ 11 – 14 ปี แม่เป็นคนเซ็กส์จัดมากๆ เธอเริ่มจากการลวนลามลูกๆ จากนั้นก็พาทั้งคู่ไปที่ห้องนอนของเธอ บังคับให้ลูกชายมีเซ็กส์กันเอง และสำเร็จความใคร่ให้ลูกชาย เพื่อสนองความต้องการทางเพศของตัวเอง เท่านั้นยังไม่พอ เธอยังพาลูกๆ ตระเวนไปหาคนแปลกหน้าเพื่อให้คนเหล่านั้นข่มขืนลูกชาย กระทั่งมาร์คัสในวัย 14 ปี แม่พาขับรถไปที่ลอนดอนเพื่อไปส่งเขาให้ชายคนหนึ่ง จากนั้นแม่ก็ทิ้งเธอไว้ที่นั่นและขับรถกลับ เป็นครั้งแรกที่มาร์คัสขัดขืนและหนีออกมาจากบ้านหลังนั้น เขานั่งรถไฟกลับมาที่บ้านตอนเช้า แม่เห็นเขาก็ตกใจเล็กน้อย และนั่นถือเป็นครั้งสุดท้ายที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ปัจจุบันทั้งคู่มีครอบครัว ใช้ชีวิตได้ตามปกติ สารคดีเรื่องนี้ทำให้พวกเขากลับมาคุยกันแบบเปิดอกอีกครั้ง

พอได้ดู หนังคมชัดHD เรื่องนี้จบ รู้สึกสะเทือนใจเป็นอย่างมาก ผู้ที่เป็นเหยื่อไม่มีทางกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้อีกเลย แผลในใจยังสะกิดให้เจ็บปวดได้ทุกเมื่อแม้เวลาจะผ่านไปหลายสิบปี นี่จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมสังคมจึงต้องตื่นตัวกับเรื่องนี้ให้มากๆ เพราะสิ่งเหล่านี้มันสะท้อนปัญหาสังคมได้หลายเลเยอร์มากๆ อย่างน้อย การปฏิบัติกับเหยื่ออย่างถูกต้อง ให้ความเป็นธรรมกับเหยื่อ ควรจะเกิดขึ้นได้สักที ไม่ใช่เกิดเรื่องขึ้น สิ่งแรกที่สังคมถามคือ ไปทำอีท่าไหนให้โดนข่มขืน แต่ไม่เคยถามผู้กระทำผิดเลยว่า มีสิทธิ์อะไรไปข่มขืนคนอื่น 

Jack Reacher

Jack Reacher I ยอดคน สืบระห่ำ ภาค 1 (2012)

Jack Reacher I ยอดคน สืบระห่ำ ภาค 1 (2012)

ภาพจำ ทอม ครูซ ของคนทั้งโลกคือการแสดงในบทบาทสายลับชื่อ อีธาน ฮันต์ ในภาพยนตร์ชุดอันโด่งดังและยาวนานมาหลายทศวรรษอย่าง Mission Impossible ซึ่งแน่นอนว่าเขาไม่ได้ผลงานแค่ในภาพยนตร์ชุดเรื่องนี้เท่านั้น ทอม ครูซ ยังแสดงหนังสายลับเรื่องอื่นๆ อีกมากมาย ผมจึงลอง ดูหนังออนไลน์ เรื่องหนึ่งที่น่าสนใจและมีความไม่ไกลตัวจากบทบาทที่เขาได้รับมากนัก นั่นคือภาพยนตร์สายลับที่ทอม ครูซ ต้องวิ่งไล่ล่าอีกครั้งใน “Jack Reacher ยอดคน สืบระห่ำ”

Jack Reacher เป็นภาพยนตร์แนว แอคชั่น Action ระทึกขวัญสัญชาติอเมริกันปี 2012 เป็นการดัดแปลงจากนวนิยายเรื่อง “One Shot” ของลี ไชลด์ ในปี 2005 เขียนบทและกำกับโดย คริสโตเฟอร์ แมคไคร์ มือเขียนบทที่หันมากำกับหนังแอคชั่นครั้งแรก ซึ่งผลงานการเขียนบทที่สร้างชื่อให้กับเขาคือเรื่อง The Usual Suspects ปัจจุบันเขาได้กลายเป็นผู้กำกับที่สานต่อโปรเจกต์ Mission Impossible ภาพยนตร์เรื่องนี้นำแสดงโดยทอม ครูซ รับบทเป็นแจ็ค รีชเชอร์ และโรซามันด์ ไพค์ เจ้าของบทบาทเอมมี ภรรยาที่หายตัวไปในหนังเรื่อง Gone Girl ในเรื่องนี้เธอรับบทเป็นทนายความชื่อ เฮเลน โรดิน นอกจากนี้ยังมีนักแสดงอย่าง เดวิด โอเยโลโว,ริชาร์ด เจนกิ้นส์,ไจ เคาท์นีย์,เวอร์เนอร์ เฮอร์ซอก และ โรเบิร์ต ดูวอลล์ หนังถ่ายทำทั้งหมดในในพิตต์สเบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย หลังจากเข้าฉายแล้วหนังได้รับคำวิจารณ์ในเชิงบวกและมีรายได้ระดับปานกลางในตารางบ็อกซ์ออฟฟิศ

ยอดคน สืบระห่ำ ภาค 1

ชายคนหนึ่งขับรถตู้เข้าไปในสนามกีฬาเพื่อสุ่มยิงคนในบริเวณนั้น ก่อนที่จะขับรถหนีไปอย่างไร้ร่องรอย ในไม่ช้าตำรวจก็มาถึงสถานที่ พวกเขาก็ค้นพบรอยนิ้วมือบนปลอกกระสุนที่ตรงกันกับเหรียญที่เขาใช้จ่ายค่าจอดรถ ลายนิ้วมือระบุว่าเขาคือ เจมส์ บาร์ อดีตสไนเปอร์ของกองทัพสหรัฐฯ เมื่อพวกเขาบุกเข้าไปในบ้านของเขา พวกเขาพบอุปกรณ์ทำกระสุนปืนไรเฟิลและบาร์ก็ถูกจับกุมทันที ในระหว่างการสอบสวนบาร์ขอพบกับ แจ็ค รีชเชอร์ อดีตนายทหารของกองทัพบก พวกเขาตกลงที่จะให้เขาคพบกับแจ็ค บาร์ถูกเพื่อนร่วมห้องขังทำร้ายอย่างไร้ความปราณี ซึ่งอยู่ในอาการโคม่า แจ็คได้พบกับทนายความจำเลยของบาร์ ชื่อ เฮเลน โรดิน ซึ่งพยายามช่วยบาร์ให้พ้นโทษประหารชีวิต แจ็คเล่าให้เฮเลนฟังว่า ระหว่างที่บาร์อยู่ในสนามรบ เขาสนุกสนานกับการฆ่าคนเป็นว่าเล่น แต่เมื่อเฮเลนสืบสวนไปเรื่อยๆ พบว่าเหยื่อทั้งหมดที่ตายไม่ได้เกิดจากการสุ่มยิงมั่วๆ บาร์ถูกว่าจ้างให้กำจัดศัตรูทางการค้าของพ่อค้าตลาดมืดของรัสเซีย ซึ่งบาร์เตือนให้เฮเลนหยุดสอบสวนเพราะเขาเป็นคนอันตราย ในขณะเดียวกันแจ็คใช้วิธีสืบสวนในแบบของเขา จนทำให้แจ็คเป็นที่ต้องการของแก๊งมาเฟีย เขาและเฮเลนได้อยู่ในอันตราย มีเพียงเขาเท่านั้นที่จะยุติเรื่องนี้ได้ด้วยไหวพริบและความเชี่ยวชาญทางกรารทหารของเขา 

Jack Reacher

หนังเรื่องนี้พยายามจะหลอกเราในตอนแรกว่ามันคือหนังซุ่มยิงของผู้ก่อการร้าย เพราะนับตั้งแต่เหตุการณ์ 9/11 ในปี 2001 อเมริกาก็มีการกราดยิงและสุ่มระเบิดในสถานที่สาธารณะเป็นว่าเล่น หนังใช้วิธีการเล่าที่ค่อยๆ คลายปมออกมาให้คนดูรู้ทีละเล็กทีละน้อย ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่ทำให้ดึงดูดคนดูให้ดูหนังจนจบได้ ระหว่างทางของหนังเรื่องนี้เราจะค่อยๆ มีข้อมูลที่ทำให้เราไขว้เขวอยู่เรื่อยๆ แต่ด้วยการเขียนบทอันชาญฉลาดและการกำกับที่มีกึ๋นของ คริสโตเฟอร์ ก็สามารถทำใหหนังลุ้นระทึกไปได้ทั้งเรื่อง ฉากแอคชั่นถ้าเทียบกับ Mission Impossible อาจจะไม่เยอะเท่า เพราะหนังเรื่องนี้เน้นการสืบสวนมากกว่า โดยรวมแล้วหนังเรื่องนี้ก็เป็นหนังนำดีอีกเรื่องของทอม ครูซ

แม้ในปัจจุบันจะมี หนังออนไลน์ ที่สร้างจากนิยายขายดี แต่ผมการันตีเลยว่า Jack Reacher มีความแตกต่างจากเรื่องอื่นๆ อย่างแน่นอน เนื่องจากไม่ได้ทำมาจากนิยายเยาวชน แต่ทั้งหนังและหนังสือมีความเป็นหนังที่ร่วมสมัยกับสงครามในยุคปัจจุบัน ซึ่งทำให้ใครก็ตามที่ได้รับผลกระทบจากสงครามก็จะรู้สึกอินและประทับใจกับเรื่องนี้ 

The Marksman

The Marksman I คนระห่ำ พันธุ์ระอุ (2021)

The Marksman I คนระห่ำ พันธุ์ระอุ (2021)

เมื่อปี 2020 ที่ผ่าน ผมได้อ่านข่าวเกี่ยวกับนักแสดงอาวุโสท่านหนึ่งชื่อ เลียม นีสัน ที่เขาให้สัมภาษณ์กับสื่อว่าจะเลิกเล่นหนังแอคชันแล้ว เนื่องจากมีอายุที่มากขึ้นและสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง แต่ก่อนที่เขาจะเป็นนักแสดงขาประจำหนังแอคชันนั้น เขาเคยเล่นหนังรางวัลมาหลายเรื่องในยุค 90’s และถึงขั้นเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมในบทบาทออสการ์ ชินด์เลอร์ จากภาพยนตร์เรื่อง Schindler’s List ในปี 1993 แต่พอเขาหันมารับบทพ่อที่ตามหาลูกสาวจากการถูกจับไปค้ามนุษย์ในภาพยนตร์เรื่อง Taken ปี 2008 เขาก็รับเล่นแต่หนังแอคชันมาตลอด ยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน ฉะนั้น The Marksman ก็ถือว่าเป็น หนังHD ของเขาและเป็นผลงานการแสดงแอคชันเรื่องสุดท้ายก็เป็นได้

The Marksman เป็นภาพยนตร์แนว แอคชั่น Action เป็นผลงานกำกับของ โรเบิร์ต ลอเรนซ์ ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้กำกับคู่บุญให้กับคลินต์ อีสต์วู้ดมาอย่างยาวนาน หนังเรื่องนี้คือผลงานชิ้นที่ 2 ของเขา โดยเรื่องแรกนั้นคือ Trouble with the Curve ซึ่งแสดงนำโดย คลินต์ อีสต์วู้ด ในภาพยนตร์เรื่องนี้นำแสดงโดย เลียม นีสัน 

คนระห่ำ พันธุ์ระอุ

เรื่องราวของ จิม แฮนสัน ทหารผ่านศึกที่ใช้ชีวิตหลังเกษียรอย่างสงบแถวชายแดนแอริโซน่า-เม็กซิโก สื่อในท้องถิ่นรายงานว่ามีการพยายามข้ามชายแดนอย่างผิดกฎหมาย วันหนึ่งจิมบังเอิญได้พบกับโรซ่าและมิเกล แม่ลูกชาวเม็กซิกันที่หนีออกมาจากแก๊งข้ามชายแดน จิมเลือกที่จะติดต่อเจ้าหน้าที่ แต่กลับมีแก๊งค้ายาตามมาด้วย จนเกิดการปะทะกันของทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งทำให้โรซ่าโดนยิงเสียชีวิต แต่ก่อนที่เธอจะตาย เธอขอร้องให้พาลูกชายของเธอไปหาญาติที่ชิคาโก เขารับปากอย่างไม่เต็มใจ แต่มิเกลถูกตำรวจตระเวนชายแดนจับตัวไป ด้วยความที่จิมรับปากกับโรซ่าแล้ว เขาจึงไปที่สำนักงาน แก๊งค้ายาที่อ้างว่าเป็นพ่อของมิเกลก็มาถึงพร้อมกัน แต่จิมชิงตัวมิเกลไปได้ทันการณ์พร้อมกับบึ่งรถไปชิคาโกทันที พวกเขาถูกแก๊งค้ายาตามล่าตัวอย่างไม่ต้องสงสัย หลังจากที่จิมใช้บัตรเครดิจเพื่อจ่ายค่าซ่อมรถ ทำให้เจ้าหน้าที่มอริโกที่เป็นพันธมิตรกับแก๊งค้ายาติดตามพวกเขาได้ จนในที่สุดมอริโกก็พบกับพวกเขา เขาบังคับให้จิมจอดรถและค้นรถของจิม แต่จิมรู้ทันจึงเกิดการปะทะกันอีกรอบและหนีออกมาได้ ในระหว่างทางเขาก็รู้สึกหมดกำลังใจในการทำภารกิจนี้ แต่ก็สามารถรวบรวมสติได้ด้วยการแวะเข้าโบสถ์ ต่อมารถของจิมเสีย ทำให้มอริโกและแก๊งค้ายาตามเขามาได้ จิมฆ่าสมาชิกแก๊งค้าได้บางคน แต่หัวหน้าแก๊งจับมิเกลไปได้ แต่จิมก็สามารถตามล่าและกำจัดพวกเขาได้ทั้งหมด เหลือเพียงแต่หัวหน้าแก๊งคนเดียว จิมให้ทางเลือกกับเขาพร้อมกับปืนที่มีกระสุนนัดเดียวว่าจะเลือกหนีกลับเม็กซิโกหรือฆ่าตัวตาย หลังจากจิมและมิเกลเดินออกมา สักพักก็ได้ยินเสียงปืนดัง ในที่สุดจิมก็สามารถไปส่งตัวมิเกลกับญาติของเขาได้ 

The Marksman

การจับเลียม นีสัน มาเล่นกับเด็กนั้นก็คือว่าเป็นเรื่องที่แปลกใหม่สำหรับเขาในฐานะนักแสดงหนังบู๊ เพราะมันทำให้เห็นทั้งความแข็งแกร่งและความอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน ซึ่งเลียมก็แสดงทั้ง 2 อารมณ์ออกมาได้ดี ฉากแอคชันคงหายห่วงสำหรับเขาคนนี้ แม้จะอายุมากเพียงใดแต่ความเก๋ายังคงทน ผมชอบในส่วยของเนื้อเรื่องเป็นพิเศษ หนังแอคชันที่เลียมแสดงส่วนใหญ่ ล้วนแล้วแต่เป็นคนตัวเล็กตัวน้อยที่ไม่เคยทำผิดกฎหมาย พอเขาจะหวังพึ่งหน่วยงานรัฐกลับถูกเอารัดเอาเปรียบจนต้องหันมาเลือกใช้วิธีรุนแรงเพื่อจัดการปัญหาและปกป้องตัวเอง เรื่องนี้ก็เช่นเดียวกัน เขาไม่ได้ใช้ปืนแก้ปัญหาในตอนแรก พอเขาเห็นสิ่งที่ไม่ชอบมาพากล เขาเลือกที่จะทำตามขั้นตอนกฎหมายด้วยการโทรหาตำรวจก่อน แต่เมื่อตำรวจกลายเป็นโจร ด้วยความมีมนุษยธรรมของเขา เขาจึงเลือกที่จะปกป้องคนข้ามแดนที่ไม่มีทางสู้ พล็อตหนังเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นสะท้อนให้เห็นว่าคนข้ามแดนไม่ได้มีจุดประสงค์เดียวคือการค้ายา แต่พวกเขาต้องการมีชีวิตที่ปลอดภัยและดีกว่าที่เป็นอยู่เท่านั้น 

อยากให้ทุกคนได้ดู หนังคมชัดHD ของเลียม นีสันเรื่องนี้เพราะถือเป็นการปิดท้ายหนังแนวแอคชันของเขาก่อนที่เราจะได้เห็นผลงานของเขาในแนวอื่นๆ แต่เชื่อได้เลยว่าผู้ชายคนนี้ไม่ว่าจะหยิบจับอะไร เขาก็ทำมันได้ดีอย่างแน่นอน 

 

Russkiy Reyd

Russkiy Reyd (2020)

Russkiy Reyd (2020)

ในปัจจุบัน หนังแอคชั่นในฮอลลิวูดหลายเรื่องพยายามสร้างสรรค์ฉากต่อสู้แบบที่ใช้อาวุธและสตันท์แมนให้น้อยที่สุด พร้อมกับให้นักแสดงมาเล่นเองเจ็บจริง เพื่อให้เกิดความสมจริงในภาพรวมของหนัง ยกตัวอย่างเช่น John Wick ทั้ง 3 ภาคที่มีจุดขายคือฉากแอคชั่นแบบลองเทค หรือหลังๆ มานี้ James Bond และ Mission Impossible ก็เลือกที่จะใช้วิธีเดียวกันและมันได้ผลลัพธ์ออกมาน่าประทับใจ เช่นเดียวกับ หนังHD  ที่เน้นฉากแอคชั่นแบบมือเปล่าและให้ดูสมจริงที่สุด หนังเรื่องนี้มีชื่อว่า “Russkiy Reyd”

Russkiy Reyd ภาพยนตร์สัญชาติรัสเซียแนว แอคชั่น Action เขียนบทและกำกับโดย เดนิส ครูชคอฟ เรื่องราวของนิกิต้า ทหารรับจ้างที่ไปทำภารกิจคุ้มกันนายพลที่ทำสิ่งผิดกฎหมายแต่เหตุการณ์ก็กลับตาลปัตรเมื่อนายพลดังกล่าวคือชายที่ฆ่าพ่อของเขาในอดีต เขาจึงหาทางแก้แค้นชายดังกล่าวด้วยการแฝงตัวเป็นอาชญากรปล้นเพื่อหาพรรคพวกมาร่วมทำภารกิจกับเขาได้ 

Russkiy Reyd

วาเร็ค นิกิต้า ทหารหนุ่มที่ถูกว่าจ้างโดยทหารชั้นผู้ใหญ่ให้มาคุ้มกันเขาขณะซื้อขายอาวุธสงครามเถื่อน ภารกิจครั้งนี้เขาทำงานร่วมกับ ยาซ่า เพื่อนทหารอีกคน ขณะที่กำลังจับตาดูต้นทาง ทั้งคู่พูดคุยถึงอนาคตที่จะกลับไปเป็นพลเรือนและใช้ชีวิตกับผู้หญิงสักคนหลังจบภารกิจนี้ สักพักนายพลเปโดรที่จ้างทั้งคู่ก็มาถึงสถานที่ นิกิต้าเพิ่งเคยเห็นหน้าผู้ว่าจ้างครั้งแรกและเขาจำได้ทันทีว่าชายคนนี้คือคนที่เคยเป็นหุ้นส่วนพ่อเขา และฆ่าพ่อเขาต่อหน้านิกิต้าขณะที่เขายังเป็นเด็ก นิกิต้าจึงตัดสินใจจะยิงเข้าไปที่หัวของเขาแต่ยิงพลาดเพราะยาซ่าใช้มือปัดปืนของเขา ทำให้นายพลคนเปโดรหลบหนีไปได้ ไม่นานระเบิดมิดไซน์ก็ถูกโยนลงมาฆ่าทั้งคู่ ยาซ่าตายทันทีแต่นิกิต้ารอด เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส นิกิต้ามาหลับซ่อนและพักฟื้นอยู่ในบ้านที่เขาเคยอาศัยในวัยเด็กกับพ่อ ซึ่งตอนนี้กลายเป็นบ้านร้าง เขาใช้เวลาฝึกซ้อมเพื่อพร้อมจะรับมือกับการไล่ล่าที่กำลังจะมาถึง นิกิต้าไปบ้านของเพื่อนเพื่อฝากเต่าให้เขาเลี้ยงดู เขาติดต่อไปหาเพื่อนเก่าคนหนึ่งเพื่อให้ช่วยหาอาวุธและคนที่พร้อมจะมาแก้แค้นช่วยเขา แผนของนิกิต้าคือไปขโมยอาวุธสงครามของนายพลเพื่อนำมาขายต่อพร้อมกับฆ่าเขาทิ้ง นิกิต้านัดหมายเพื่อนเก่าที่ร้านอาหารในปั๊มน้ำมัน แต่เขาก็ต้องรู้สึกผิดหวังเมื่อเพื่อนของเขาหาคนมาได้ไม่ถูกใจ พวกเขาเป็นแก๊งนักเลงและยังเป็นวัยรุ่นอยู่ 

Russkiy Reyd

เมื่อเริ่มทำภารกิจเพื่อนของนิกิต้าก็หักหลังเขา จึงเกิดการต่อสู้อันดุเดือดขึ้น แต่ในระหว่างนั้นนิกิต้าก็หาพันธมิตรใหม่ด้วยการร่วมมือกับคู่แข่งทางธุรกิจของนายพลเปโดร ทำให้ขณะนี้นอกจากการแก้แค้นส่วนตัวของเขาแล้ว การปล้นเงินและอาวุธสงครามของเปโดรมีถึง 2 กลุ่ม ซึ่งเกิดการแย่งชิงและใช้ไหวพริบกันเกิดขึ้น อีกทั้งเมื่อเปโดรรู้ตัวว่าจะมีคนมาปล้นเงินและอาวุธสงครามของเขา เขาก็ใช้อำนาจของเขาสั่งการให้กองทัพมากำจัดทีมของนิกิต้า แต่ในตอนสุดท้ายแล้วนิกิต้าก็สามารถทำแผนการของเขาสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี พร้อมกับสามารถกำจัดเปโดรเพื่อแก้แค้นแทนพ่อของเขาได้ เมื่อทำแก้แค้นได้สำเร็จและได้เงินก้อนโต นิกิต้าก็ไปใช้ชีวิตเป็นพลเรือนแบบเรียบง่ายอย่างสุขสบายอยู่ในที่ลับสักแห่งที่ไม่มีใครหาเขาเจอ 

สำหรับ หนังคมชัดHD เรื่องนี้ผมรู้สึกว่าการเลือกนักแสดงนั้นไม่ได้เลือกเพราะเขาแสดงดี แต่เลือกมาเล่นเพราะเขาสามารถเล่นฉากต่อสู้เป็น ต้องยอมรับว่าฉากแอคชั่นนั้นดิบเถื่อนและมันส์จริง เพราะส่วนใหญ่จะเป็นการต่อสู้ด้วยมือเปล่า แต่นักแสดงเล่นแข็งอย่างกับหิน แต่โชคดีที่เนื้อเรื่องยังเข้มข้นและไม่ออกทะเล ทำให้ผู้ชมดูหนังเรื่องนี้แบบไม่ติดขัดมาก โดยรวมแล้วถือเป็นหนังแอคชั่นที่ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังดูหนังของปรัชญา ปิ่นแก้วที่มีจา พนมเล่นเป็นพระเอก อีกทั้งยังทำให้นึกถึงหนังแอคชั่นฮอลลิวูดดังๆ อย่าง John Wick หรือ Nobody 

Kristy

Kristy | คืนนี้คริสตี้ต้องตาย (2014)

Kristy | คืนนี้คริสตี้ต้องตาย (2014)

จะเป็นอย่างไรถ้าหากวันเฉลิมฉลองได้กลายมาเป็นโศกนาฏกรรมสังหารผู้คน Kristy ภาพยนตร์เล่าถึงลัทธิประหลาดที่ไล่ฆ่าหญิงสาวเพื่อสังเวยต่อซาตานในวันขอบคุณพระเจ้า หากคุณกำลังเฉลิมฉลองในวันสำคัญและเก็บตัวอยู่ในบ้าน ลองเปิดดู หนังHD และเตรียมพร้อมกับความสั่นประสาทกับ “Kristy” ภาพยนตร์ที่จะทำให้คุณนั่งไม่ติดเก้าอี้กันเลยทีเดียว

Kristy ภาพยนตร์แนว สยองขวัญ Horror กำกับโดย Olly Blackburn เรื่องราวของ คริสตี้ หญิงสาวที่ใช้ชีวิตตามปกติของเธอ แต่หารู้ไม่ว่ามีบางคน บางกลุ่ม หรือบางลัทธิที่กำลังจับจ้องเธออยู่ ซึ่งจะทำให้ชีวิตเธอไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป 

คืนนี้คริสตี้ต้องตาย

วิดีโอของหญิงสาวที่ถูกปกปิดด้วยหน้ากากขณะที่ทำการฆาตกรรมเธอในพิธีกรรมบางอย่างกำลังถูกอัปโหลดลงอินเทอร์เน็ต พร้อมกับเผยให้เห็นว่าสมาชิกในนั้นโหวตให้ฆ่าคริสตี้เป็นศพต่อไป ณ มหาลัยแห่งหนึ่ง จัสติน นักศึกษาสาวกำลังเข้าไปตึกมหาลัยเพื่อทำเรื่องขอความช่วยเหลือทางการเงินเพราะไม่สามารถบินกลับบ้านเกิดในวันขอบคุณพระเจ้าได้ แอรอนแฟนหนุ่มของเธอและนิโคลรูมเมท ทั้งคู่กลับบ้านเพื่อไปฉลองกับครอบครัวโดยปล่อยให้จัสตินอยู่ในมหาลัยโดยลำพังในช่วงวันหยุดยาว ซึ่งแทบจะไม่มีใครนอกจากเวย์น เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เดฟ คนงานเฝ้าประตู และ สก็อต ผู้ดูแลสนาม ในคืนวันขอบคุณพระเจ้า จัสตินขับรถของนิโคลไปที่ร้านสะดวกซื้อใกล้ๆ ภายในร้านมีหญิงสาวที่มีหมวกคลุมผมชื่อไวโอเล็ต เธอมองผ่านกระจกร้านและชมรถของนิโคลว่าสวยดี ต่อมาเธอขอต่อรองราคาแว่นกันแดดที่หน้าเคาน์เตอร์ จัสตินเห็นอย่างนั้นเธอจึงเสนอที่จะจ่ายเงินให้ แต่ไวโอเล็ตปฏิเสธความช่วยเหลือนั้น พร้อมกับเรียกชื่อเธอว่า “คริสตี้” ในคืนนั้นจัสตินพบว่ามีคนเข้าแอบเปิดแล็ปท็อปของเธอขณะที่มีภาพยนตร์เรื่องหนึ่งเปิดทิ้งไว้อยู่บนหน้าจอ ไวโอเล็ตก็โผล่ออกมาในห้องพร้อมมีดคัตเตอร์ จัสตินตกใจมากเธอรีบวิ่งหนีออกจากห้องก็ ด้านนอกเธอเห็นเวย์นถูกชายสวมหน้ากากฆ่าเขาต่อหน้าต่อตาเธอ และเธอพบว่าเดฟถูกฆ่าตายในรถของเขา แก๊งนักฆ่าของลัทธิประหลาดทั้งสี่คนรวมตัวกัน ซึ่งมีไวโอเล็ตและชายอีกสามคนสวมเสื้อฮู้ดอยู่ ไวโอเล็ตบอกกับเธอว่าพวกเขาจะตามล่าเธอและเธอควรไปร้องขอพระเจ้าซะตอนนี้เลย จัสตินหนีไปและไปขอหลบในบ้านบ้านของ สก็อต ฆาตกรฆ่าสุนัขของเขาไปก่อนหน้าแล้วพร้อมกับแขวนคอร่างของสก็อตจากชิงช้าที่สนามหญ้าหน้าบ้าน จัสตินพยายามโทรหาตำรวจแต่เหล่านักฆ่าได้แฮ็กมือถือเขาเป็นที่เรียบร้อย พวกเขาเริ่มส่งคลิปวิดีโอเกี่ยวกับตัวเธอเองและส่งข้อความที่น่าขนลุกมาให้อย่างไม่หยุดหย่อน จัสตินพยายามซ่อนตัวแต่ถูกไล่ไปบนหลังคาทำให้เธอจนมุมในที่สุด เธอตัดสินใจกระโดดลงมาแต่ทับกับกิ่งไม้ทำให้เธอไม่บาดเจ็บมาก

Kristy

แอรอนมาถึงมหาลัยเพื่อมาหาจัสติน แต่เขาก็ถูกฆ่าตายอย่างรวดเร็ว จัสตินใช้รถของแอรอนเพื่อดันสมาชิกลัทธิคนหนึ่งไว้กับกำแพงและทับเขาจนตาย เธอวิ่งออกมาจากรถและซ่อนตัวอยู่ในสระว่ายน้ำของโรงยิม เธอแทงสมาชิกคนที่สองด้วยกุญแจรถและตกลงไปในสระจนจมน้ำตาย หลังจากนั้นไม่นานเธอก็เอาไม้เบสบอลตีอีกคนถึงสามจนตาย เธออ่านข้อความในโทรศัพท์ของสมาชิกที่เสียชีวิตที่ส่งมาจากไวโอเล็ตถามว่าเขา “ฆ่าคริสตี้ได้หรือยัง” จัสตินตอบว่า “ใช่” จัสตินใช้สารเคมีในสระว่ายน้ำเพื่อจุดประกายไฟ เธอสวมหน้ากากและแจ็คเก็ตของคนตายและเข้าไปใกล้ๆ รถที่ไวโอเล็ตนั่งอยู่ จัสตินบอกไวโอเล็ตว่าคนอื่นตายหมดแล้ว ไวโอเล็ตจู่โจมเข้าหาเธอ จัสตินจับเธอเผาทั้งเป็น จัสตินถ่ายภาพศพของไวโอเล็ตด้วยโทรศัพท์มือถือและอัปโหลดไปยังเว็บไซต์ ในตอนท้ายเผยให้เห็นว่ามีการฆาตกรรมของลัทธิที่คล้ายกันเกิดขึ้นในเมืองอื่นๆ ทั่วประเทศ แต่ด้วยคำให้การของจัสตินและหลักฐานในโทรศัพท์ สมาชิกของลัทธิหลายคนจึงถูกจับกุม เมื่อไรก็ตามที่ลัทธินี้จะไปสังหารใคร จัสตินจะอยู่ตรงนั้นและฆ่าพวกมันให้หมด

เป็นยังไงกันบ้างกับ หนังคมชัดHD เรื่องนี้ ผมคิดว่าถือเป็นหนังแนวฆาตกรไล่ล่าอีกเรื่องที่พยายามจะทำแหวกแนวและสะท้อนสังคมอันเสื่อมโทรมเข้ามาในเวลาเดียวกัน ซึ่งเราจะคุ้นเคยเป็นอย่างดีกับหนังตระกูล The Purge ผมรู้สึกชอบหลายๆ ฉากหนังสามารถสร้างสถานการณ์ที่บีบคั้นให้เราตื่นเต้นและอินไปกับมันง่ายๆ ได้ 

 

The Quake I มหาวิบัติวันถล่มโลก (2018)

The Quake I มหาวิบัติวันถล่มโลก (2018)

ผมได้ไปพบกับหนังภัยพิบัติสัญชาตินอร์เวย์เรื่องนี้ใน เว็บหนังออนไลน์ ซึ่งในตอนแรกอาจจะไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่เพราะถ้าเทียบกับหนังฝั่งฮอลลิวู้ดในแง่โปรดักชั่นคงสู้ไม่ได้ แต่หนังเรื่องนี้ก็มีจุดขายของมันและสามารถทำได้ดีหรืออาจจะดีกว่าหนังภัยพิบัติบางเรื่องเลยก็ได้ นั่นคือเรื่อง “The Quake มหาวิบัติวันถล่มโลก” ภาพยนตร์ภาคต่อของ The Wave ซึ่งเรื่องราวอาจจะไม่ได้ต่อเนื่องกันโดยตรงแต่มีคอนเส็ปต์เดียวกันและตัวละครกลุ่มเดิม คือหนังที่ครอบครัวหนึ่งต้องเผชิญกับภัยพิบัติถึง 2 ครั้ง หากเป็นเราคงไม่รอดตั้งแต่ภาคแรก ซึ่งเป็นครอบครัวที่ทั้งโชคและโชคดีในเวลาเดียวกัน

The Quake ภาพยนตร์แนว แอคชั่น Action กำกับโดย John Andreas Andersen เรื่องราวของ อีดูน หนึ่งเดือนหลังจากเหตุการณ์คลื่นซัดถล่มเมือง แต่ก็ยังไม่วายที่จะเกิดเหตุรุนแรงขึ้นอีกครั้ง แถมครอบครัวก็ยังโชคร้ายตกระกำลำบากด้วยกันซ้ำสอง 

มหาวิบัติวันถล่มโลก

หนึ่งเดือนหลังจากเหตุการณ์หินสไลด์ นักธรณีวิทยาคริสเตียน กำลังเตรียมปรากฏตัวในรายการทอล์คโชว์และได้รับการยกย่องว่าเป็นฮีโร่ในการช่วยชีวิตผู้คนหลายร้อยคนในภัยพิบัติ 3 ปีต่อมา อีดูน ภรรยาหย่าขาดจากเขาและแยกจากลูกๆ  ซอนเดรและจูเลีย คริสเตียนอาศัยอยู่อย่างสันโดษในเมือง ส่วนใหญ่ครอบครัวของเขาอาศัยอยู่ในออสโล อีดูนได้งานใหม่ในตำแหน่งพนักงานโรงแรมแห่งหนึ่ง จูเลียมาเยี่ยมคริสเตียนในช่วงสุดสัปดาห์ เธอค่อนข้างผิดหวังเพราะไม่ค่อยให้ความสนใจต่อเธอ เธอจึงขอตัวกลับบ้าน คืนนั้นเธอค้นพบห้องลับในบ้านของคริสเตียนที่อุทิศให้กับผู้เสียชีวิต 250 คนจากสึนามิ เธอเผชิญหน้ากับคริสเตียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ซึ่งเปิดเผยว่าเขารู้สึกต้องรับผิดชอบต่อการตายของพวกเขา แม้จะมีคำเตือนของจูเลียว่าตอนนี้เธอต้องการอยู่ในช่วงสุดสัปดาห์ แต่คริสเตียนก็ยังส่งเธอกลับบ้านก่อนเวลา หลังจากนั้นไม่นานการเสียชีวิตของเพื่อนร่วมงานในอุโมงค์ออสโล ทำให้คริสเตียนเดินทางไปเพื่อตรวจสอบการตายของเขา พบว่าเสียชีวิตจากการพังทลายของอุโมงค์ที่เขากำลังศึกษาการเคลื่อนที่ของแผ่นดินไหวทั่วออสโลและพื้นที่โดยรอบ การค้นคว้าเหตุการณ์เพิ่มเติมด้วยได้รับการช่วยเหลือจากมาริท ลูกสาวของเพื่อนร่วมงานของเขา ในที่สุดคริสเตียนก็ได้ข้อสรุปว่าจะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่สูงถึง 8.5 ริกเตอร์ในไม่ช้า การตายของเพื่อนร่วมงานอาจเป็นสัญญาณเตือน เขาติดต่อครอบครัวเพื่อเตือนเรื่องนี้กับพวกเขาแต่ก็ถูกเพิกเฉย คืนนั้นในเมืองเกิดไฟดับครั้งใหญ่และเกิดรอยแยกแผ่นดินไหวทำลายโรงละครโอเปร่าออสโลและทำให้ อีดูนได้รับบาดเจ็บซึ่งเธอมาเพื่อดูการแสดงของลูกสาว หลังจากทะเลาะกันอีดูนสั่งให้คริสเตียนอยู่ห่างจากเธอและลูกๆ คริสเตียนโน้มน้าวให้ซอนเดขาดเรียนเป็นเวลา 1 สัปดาห์ไปยังสถานที่ที่ปลอดภัยกว่าในชนบท ด้วยความมุ่งมั่นที่จะช่วยครอบครัว เขาขอให้จูเลียขึ้นแสดงก่อนเวลาและพาจูเลียกับมมาริทไปยังตึก Radisson Blu เพื่อพยายามโน้มน้าวให้อีดูนหนีไปออสโลพร้อมกับพวกเขา หลังจากนั้นพวกเขาจะไปรับซอนเดร เขาดึงสัญญาณเตือนไฟไหม้เพื่อให้เธอและคนอื่นๆ อพยพ จูเลียเดินเข้าไปในอาคารเพื่อตามหาพ่อของเธอโดยมีมาริทตามหา เมื่อประตูลิฟต์ปิดลงคริสเตียนเห็นจูเลียอยู่อีกด้านหนึ่งของห้อง แม้จะพยายามเรียกหาเธอ แต่ประตูก็ปิดลงและลิฟต์ลงอัตโนมัติ ทันใดนั้นไฟดับ มาริทพบจูเลียที่ระเบียงมองในระยะไกล ภาพสะท้อนที่ประตูกระจกด้านหลังมาริทเผยให้เห็นร่องรอยของควันและการระเบิดซึ่งเกิดจากแผ่นดินไหวที่กำลังใกล้เข้ามาและมุ่งตรงไปที่โรงแรม มาริทคว้าตัวจูเลียและวิ่งเข้าไปข้างในในขณะที่คลื่นสั่นสะเทือนลูกแรกทำให้มาริทหมดสติ เพดานห้องของซอนเดรถล่มลงมาฆ่าศาสตราจารย์และนักศึกษาหลายคน แฟนสาวของซอนเดรบาดเจ็บ ลิฟต์ที่คริสเตียนและอีดูนอยู่ตกลงไปอย่างรวดเร็วทำให้อีดูนหมดสติและคริสเตียนบาดเจ็บ

The Quake

หลังจากนั้นไม่นานมาริทก็ตื่นขึ้นมาและพบว่าจูเลียกำลังช่วยเหลือพนักงานโรงแรมที่ได้รับบาดเจ็บ อาคารข้างๆ โรงแรมพังลงมาทำให้ชั้นที่ 41 แขวนอยู่เหนือซากปรักหักพัง หลังจากเกิดอาฟเตอร์ช็อกอาคารเริ่มเอียง มาริทปล่อยมือพนักงานโรงแรมที่ได้รับบาดเจ็บโดยไม่ได้ตั้งใจแล้วเธอก็ไถลลงกับพื้นและออกไปนอกหน้าต่างจนเสียชีวิต มาริทสูญเสียการยึดเกาะและเกือบจะต้องตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกัน แต่คว้าตัวไปที่ขอบของบาร์ที่ติดตั้งไว้ขณะที่จูเลียแขวนอยู่กับราวบันได ในปล่องลิฟต์อีดูนและคริสเตียนกำลังปีนบันไดซ่อมบำรุงเพื่อไปยังชั้นบนสุดขาของอีดูนขาดจากซากตึกทำให้คริสเตียนต้องอุ้มเธอ พวกเขามาถึงประตูลิฟต์ที่เปิดอยู่ใกล้กับชั้นที่ 30 และพยายามใช้สายลิฟต์ที่ถูกตัดขาดเหวี่ยงข้ามไปที่ช่องเปิด คริสเตียนทำสำเร็จแต่อิดูนล้มลงจนเสียชีวิต คริสเตียนเสียใจมากและมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่เขาเห็นจูเลียเป็นครั้งสุดท้าย พบว่าเธอและมาริทนั่งอยู่หลังบาร์ที่ติดตั้งอยู่ อาฟเตอร์ช็อกครั้งสุดท้ายทำให้จูเลียเสียการทรงตัวและเธอไถลลงพื้นไปทางหน้าต่างแตก คริสเตียนกระโดดตามเธอและผลักเธอออกไปทำให้ตัวเองหมดสติ เมื่อเขามาถึงพบว่าจูเลียกำลังทรงตัวอยู่บนหน้าต่างที่แตกร้าว เขาเข้าใกล้จูเลียอย่างระมัดระวังและสามารถจับเธอได้ก่อนที่หน้าต่างจะแตก มาริทช่วยดึงเธอขึ้นมา ทั้ง 3 สามารถลงมาจากตึกและออกจากโรงแรมได้ มาริทเข้าไปในห้องทำงานของเธอเพื่อพบว่าส่วนใหญ่ถูกทำลายยกเว้นภาพของเธอตอนเด็กกับพ่อของเธอ คริสเตียน จูเลียและซอนเดรรวมตัวกันอีกครั้ง 

หลังจากที่ดู หนังออนไลน์ในเว็บ มาจนจบหลายคนพอจะรู้จุดขายของหนังเรื่องนี้แล้วใช่มั้ยครับ แน่นอนว่าอาจจะไม่ได้มีฉากหายนะอลังการอะไรมากแต่ที่เห็นเด่นชัดก็คือเรื่องความสัมพันธ์ของครอบครัว ภัยพิบัติก็เป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์ดังกล่าวสามารถเยียวยาได้ The Quake ก็คือหนังความสัมพันธ์ครอบครัวที่มีฉากหลังเป็นซากปรักหักพัง

Enough

Enough | แค้นเกินทน (2002)

Enough | แค้นเกินทน (2002)

ถ้าให้ใครเคยดู American Murder: The Family Next Door (2020) สารคดีที่ว่าด้วยสามีที่เบื้องหน้าดูอบอุ่นแต่เขาคือคนที่ฆาตกรรมหมู่ครอบครัวตัวเองอย่างเลือดเย็น เหตุนั้นเกิดจากภรรยาจับได้ว่าเขามีชู้ ซึ่งในสารคดีได้เล่าว่าในอเมริกามีผู้หญิงหลายร้อยคนต่อปีที่ถูกสามีทำร้ายร่างกายและฆ่าเพียงเพราะเขานอกใจ วันนี้ผมมี หนังออนไลน์ เรื่องหนึ่งมาแนะนำให้ทุกคนได้ดูซึ่งพูดประเด็นนี้เช่นเดียวกันกับหนังที่มีชื่อว่า “Enough แค้นเกินทน”

Enough ภาพยนตร์แนว ระทึกขวัญ Thriller กำกับโดย Michael Apted เรื่องราวของ สลิม หญิงสาวที่เลือกสามีผิด ทำให้ชีวิตของเธอต้องตกระกำลำบาก ทั้งโดนทำร้ายร่างกาย ขู่ฆ่า คุกคาม สารพัด หลังจากเธอหนีจนเหนื่อย จึงต้องหันมาใช้ความรุนแรงเพื่อต่อสู้กับสามีสุดอันตราย 

แค้นเกินทน

สลิม เป็นพนักงานเสิร์ฟที่ทำงานกับจินนี่ เพื่อนสนิทของเธอในร้านอาหารในลอสแองเจลิส เธอได้รับความรักที่ไม่พึงประสงค์จากร็อบบี้ ลูกค้าที่ล้อเลียนเธอเกี่ยวกับชื่อของเธอ มิทช์ ฮิลเลอร์ ชายอีกคนหนึ่งในร้านอาหารเปิดเผยว่าร็อบบี้พนันว่าเขาจะสามารถโน้มน้าวสลิมให้นอนกับเขาได้ ไม่นานหลังจากนั้น สลิมก็ตกหลุมรักและแต่งงานกับมิทช์ และพวกเขาก็มีลูกชื่อเกรซี่ หลายปีต่อมา สลิมพบว่ามิทช์นอกใจเธอกับหญิงชาวฝรั่งเศสชื่อดาร์เซล เธอเผชิญหน้ากับเขาและเขายอมรับ และยืนยันว่าดาร์เซลล์ไม่มีความหมายสำหรับเขา สลิมโกรธและขู่ว่าจะจากไป ซึ่งทำให้มิทช์โกรธจัดที่ตบและต่อยเธอ มิทช์ปฏิเสธที่จะหยุดความสัมพันธ์ของเขาเว้นแต่เธอต้องการต่อสู้กับเขา สลิมไว้ใจแม่ของมิทช์และเธอถามสลิมว่าเธอทำอะไรเพื่อทำให้มิทช์โกรธ หมายความว่าเขามีประวัติการล่วงละเมิดทางร่างกายที่แม่ของเขาทราบ ซึ่งแม่ของเขาโทษว่าเป็นเหยื่อ จินนี่แนะนำให้สลิมออกไปและฟ้องมิทช์ แต่สลิมไม่ต้องการทำร้ายเกรซี่ จากนั้นเธอก็ไปรับลูกสาวที่โรงเรียน แต่พบว่ามิทช์มารับเธอแล้ว ด้วยความตื่นตระหนกที่มิทช์อาจออกจากเมืองไปพร้อมกับเธอ เธอจึงโทรหามิทช์ ซึ่งบอกเธอว่าเขาพาเกรซี่ไปที่สวนสัตว์ ระหว่างทานอาหารเย็นในคืนนั้น มิทช์ดูหมิ่นสลิมเพิ่มเติมเพราะไว้ใจแม่ของเขา ขณะที่อยู่ต่อหน้าเกรซี่ เมื่อมีอาการเพียงพอแล้ว เธอก็วางแผนหลบหนีด้วยความช่วยเหลือจากเพื่อนเจ้านาย และ ฟิล พ่อของเธอ ในช่วงดึก มิทช์ขัดขวางแผนการของเธอด้วยการทำลายตู้เสื้อผ้าที่เขาซ่อนตัวอยู่และคว้าผมเธอไว้ เขาโยนเธอลงไปที่พื้นและทำร้ายร่างกาย ขณะที่เกรซี่หลับอยู่บนโซฟา เพื่อนของสลิมกำลังรออยู่นอกบ้าน ได้ยินการดิ้นรนและบุกเข้ามา จากนั้นมิทช์ก็ขู่พวกเขาด้วยปืน ก่อนที่ฟิลจะจับเกรซี่เพื่อใช้เป็นพยานพร้อมทั้งตักเตือนให้เธอดูพ่อของเธอ มิทช์ยอมให้สลิมหนีออกมาโดยไม่เต็มใจยิงชายที่มีเกรซี่เฝ้าดูเขา เธอไปพักที่โมเทลราคาถูกโดยมิทช์ยกเลิกบัตรเครดิต หลังจากผ่านไปครู่หนึ่งก่อนที่มิทช์จะติดตามพวกเขาอีกครั้ง สลิมจึงหนีไปซีแอตเทิลซึ่งเธอพักอยู่กับโจ แฟนเก่าของเธอ เพื่อนของมิทช์บางคนปลอมตัวเป็นสายลับเอฟบีไอปรากฏตัวที่บ้านของโจโดยอ้างว่ากำลังสืบสวนเรื่องการลักพาตัว คุกคามโจ เธอทิ้งโจและไปหาจูปิเตอร์ พ่อของเธอซึ่งเป็นผู้บริหารและนักสะสมทรัพย์ผู้มั่งคั่ง เขาไม่รู้ถึงการมีอยู่ของสลิม เมื่อเธอแจ้งเขาว่าเธอคือลูกสาวของเขา เขาไม่เชื่อพวกเขาและให้เงินเพียง 12 ดอลลาร์แก่พวกเขา โดยคิดว่าพวกเขาไร้บ้านและต้องการแค่เงิน เธอท้อแท้และย้ายไปอยู่กับเกรซี่ที่มิชิแกน แต่ต่อมาพ่อก็ส่งเงินมาให้เธอ สลิมซื้อบ้านและเปลี่ยนชื่อเป็นอีริน แอน ชลีเตอร์ โจไปหา อนาคตของพวกเขาดูสดใส แต่เพื่อนของมิทช์ยังตามรอยพวกเขา มิทช์ตามมา และซ่อนตัวอยู่ในบ้านของสลิม เจ้าวันหนึ่ง จู่ๆ มิทช์ก็ปรากฏตัวขึ้นและขอคืนดี เธอปฏิเสธ เขาก็โจมตี เกรซี่ตื่นและวิ่งไปช่วยแม่ มิทช์กระแทกเกรซี่ลงกับพื้น การไล่ล่าของรถเกิดขึ้นระหว่างสลิมและร็อบบี้ สลิมก็ขอคำแนะนำทางกฎหมายจากสำนักงานกฎหมายในท้องถิ่น ในขณะที่ทนายความเห็นอกเห็นใจ เขาแจ้งกับเธอว่าเธอไม่สามารถได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายได้

Enough

เมื่อตระหนักว่าเธอไม่สามารถใช้ชีวิตด้วยความกลัวได้ สลิมจึงไปซ่อนตัวในซานฟรานซิสโก เธอจ้างผู้หญิงที่ดูเหมือนเธอเป็นตัวล่อ และส่งเกรซี่ออกไปอย่างปลอดภัยพร้อมกับจินนี่ เพื่อนสนิทของเธอ เธอเตรียมตัวเองด้วยครูฝึกป้องกัน เธอกลับมาที่ลอสแองเจลิส บุกเข้าไปในบ้านใหม่ของมิทช์และรอเขากลับมา เธอซ่อนปืนของเขา และขัดขวางการเชื่อมต่อโทรศัพท์ ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถโทรหาตำรวจได้ เธอยังวางจดหมายไว้ในลิ้นชักข้างเตียงของเขาโดยอ้างว่าพวกเขาจะหารือเรื่องการดูแล เกรซี่ ด้วยเหตุผลที่แสดงว่าเธอมีอยู่ เมื่อเขามาถึง สลิมก็เยาะเย้ยเขาให้สู้กับเธอ เมื่อเขาบอกว่าเขาตีเธอไม่ได้ เธอถามเขาว่าทำไมเขาถึงทำได้ก่อนหน้านี้ในเมื่อตอนที่เธอไม่มีที่พึ่ง เธอยั่วยุเขา และบอกว่าการป้องกันตัวไม่ใช่การฆาตกรรม เธอสามารถฆ่าเขาได้ ในการต่อสู้ที่ตามมา สลิมใช้ทักษะใหม่ของเธอ และเอาชนะมิทช์จนหมดสติ เธอโทรหาจินนี่โดยบอกว่าเธอไม่สามารถฆ่าเขาได้ แต่ในขณะที่ใช้โทรศัพท์ มิทช์ได้โจมตีเธอจากด้านหลังด้วยโคมไฟ สลิมคิดถึงเกรซี่เพื่อกระตุ้นตัวเองและจำการฝึกของเธอ ตอบโต้ก่อนที่มิทช์จะเตะเธอในขณะที่เธอล้มลง เธอยังคงต่อสู้ต่อไป และในที่สุดมิทช์ก็เคาะระเบียงจนเขาตาย ตำรวจมาถึงและปกครองการกระทำของเธอเพื่อเป็นการป้องกันตัว สลิมและเกรซี่ใช้ชีวิตต่อไปในซีแอตเทิลกับโจ

จบไปแล้วสำหรับ หนังเก่าออนไลน์ เรื่องนี้ เป็นอีกเรื่องที่หนังสะท้อนว่ากฎหมายไม่สามารถคุ้มครองความปลอดภัยของผู้หญิงได้ ทำให้เธอเลือกที่จะใช้ความรุนแรงเพื่อปกป้องตัวเอง หลายเรื่องที่ผู้หญิงโดนกระทำก็จะลงเอยด้วยการให้ผู้หญิงใช้ความรุนแรงอยู่เสมอ ซึ่งจริงๆ มันอาจจะเป็นดาบสองคมว่าสะท้อนเรื่องความล้มเหลวของกฎหมายกับสร้างภาพจำว่าผู้หญิงต้องต่อสู้ด้วยความรุนแรงเท่านั้น 

Not a Game

Not a Game | เกมนี้ไม่ใช่เล่นๆ (2020)

Not a Game | เกมนี้ไม่ใช่เล่นๆ (2020)

เชื่อว่าคนเจนวายหรือเจนซี ต้องเคยโดนพ่อแม่บ่นเรื่องการเล่นเกมไม่มากก็น้อย เพราะอยู่ในช่วงข้ามผ่านของเทคโนโลยี พ่อแม่หลายคนอาจจะมองสิ่งเหล่านี้เหมือนกินเวลาสำคัญที่ควรจะไปทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์กว่านี้ แต่สำหรับยุคนี้คงใช้เหตุผลนี้ได้ยากแล้วเพราะการเล่นเกมสามารถสร้างรายได้จนเป็นอาชีพ เลี้ยงพ่อแม่ได้สบายๆ ถ้ายังไม่เห็นภาพพอ อยากให้ทุกคนเข้า เว็บหนังออนไลน์ แล้วเลือกดูหนังที่มีชื่อว่า “Not a Game เกมนี้ไม่ใช่เล่นๆ”

Not a Game ภาพยนตร์สัญชาติสเปนแนว สารคดี Documentary กำกับโดย โจเซ่ โกเมซ สารคดีที่นำเสนออีกมุมของเกมออนไลน์ที่พยายามจะให้คนดูเห็นว่าเกมที่หลายคนมองว่าเล่นเอาสนุกนั้น แต่แท้จริงแล้วมันได้กลายเป็นสังคมขนาดใหญ่ที่สื่อสารกันทั่วโลก 

เกมนี้ไม่ใช่เล่นๆ

ตั้งแต่ยุค 70’s วิดีโอเกมเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ทั้งการเล่นคนเดียว เล่นเป็นกลุ่ม ล้วนแล้วแต่เป็นกิจกรรมทางใจและทางกาย ความสุขที่ได้ชนะและได้เรียนรู้ทำให้เกมไม่เคยหยุดพัฒนา ทุกวันนี้ พ่อแม่และลูกกำลังเผชิญกับความท้าทายอันยิ่งใหญ่ ในโลกที่อินเทอร์เน็ตเปลี่ยนแปลงวิธีการสื่อสารของมนุษยชาติ โลกที่วิดีโอเกมเปลี่ยนแปลงวิธีการเล่นของผู้คน การเปลี่ยนแปลงจากเทคโนโลยีเครื่องกลและอนาล็อกมาสู้เครื่องไฟฟ้าดิจิทัล ได้สร้างการปฏิวัติที่เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนเราอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ต้องย้อนไปในยุค 40’s และ 50’s เมื่อนักวิทยาศาสตร์พัฒนาคอมพิวเตอร์เครื่องแรก คอมพิวเตอร์บางเครื่องสามารถเล่นเกม เช่น หมากรุก หมากฮอสและโอเอกซ์ได้ เกมเหล่านี้พัฒนาโดยศาสตราจารย์ชาวอังกฤษ อเล็กซานเดอร์ ดักลาส ต่อมาในปี 1958 วิลเลียม ฮิกกินบ็อทแทม สร้างเกมเทนนิสฟอร์ทู เกมที่เล่นบนออสซิลโลสโคปคอมพิวเตอร์อนาล็อก ซึ่งเป็นแรงบัลใจให้กับวิดีโอเกมยุคหลังๆ เช่น พอง สเปซวอร์ เป็นเกมรบอวกาศที่พัฒนาโดยสถาบันเอ็มไอทีในปี 1962 ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็นวิดีโอเกมเกมแรก เพราะเล่นได้ในคอมพิวเตอร์หลายเครื่อง ข้ามมายังปัจจุบัน เมื่ออินเทอร์เน็ตและการเชื่อมต่ออย่างรวดเร็วมาถึงบ้าน ปริมาณเวลาที่เด็กและคนหนุ่มสาวใช้โลกดิจิทัลและเล่นเกมออนไลน์ก็เพิ่มขึ้น พ่อแม่บางคนพยายามผ่านช่วงเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัลนี้ให้ได้ ซึ่งก่อให้เกิดความรุนแรงในครอบครัวขึ้นมา พ่อแม่บางคนทำร้ายจิตใจลูกๆ ด้วยคำพูดและอาจจะถึงขั้นพังคอมพิวเตอร์ 

Not a Game

ดร. เจมส์ อัลเลน โรเบิร์ตสัน กล่าวว่า การพัฒนาเกมออนไลน์ที่เกิดควบคู่ไปกับการพัฒนาโซเชียลมีเดียมากขึ้นนั้น ทำให้เกิดวัฒนธรรมนักเล่นเกม ผสมกับการเกิดกระแสแฟนคลับที่มากขึ้นสู่สื่อที่ชุมชนมีส่วนร่วม ผู้คนสร้างคอนเทนต์ของตัวเอง สร้างเกมออนไลน์ และก็ยอมให้ชุมชนรวมตัวกันผ่านออนไลน์ด้วย เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นสารคดีสัมภาษณ์ จอช บอยคิน นักออกแบบเกม เขาบอกว่าขณะนี้ ยูทูบ ทวิตช์ แพลตฟอร์มต่างๆ เป็นวิธี่ที่ผู้คนใช้วิธีผู้คนใช้วิดีโอเกมเพื่อสร้างอิทธิพลต่อโลกที่เข้าถึงได้มากมายกว่าที่พวกเขาคิด บอร์จา ลูซู นักสร้างคอนเทนต์เกม บอกว่า คนหนุ่มสาวเข้าถึงวิดีโอเกมได้ดีกว่าสื่ออื่นๆ เขาเล่าว่าตัวเองชอบเล่นวิดีโอเกมมาตั้งแต่ยังเด็ก มันยังให้โอกาสให้เขาได้พูดถึงเรื่องอื่นๆ ด้วย ได้แชร์เรื่องราวในแต่ละวันที่เขาเจอและเข้าถึงคนดูในแบบที่ต่างไป ทั่วโลกมีการไลฟ์สตีมกว่า 500,000 ครั้งทางอินเทอร์เน็ตต่อวัน ซึ่งเข้าถึงผู้ชมทั่วโลกถึง 15 ล้านคน ปิดท้ายด้วย แอนดี้ สตาลแมน นักเขียนและผู้เชี่ยวชาญการสร้างแบรนด์มาดริด สเปน ชี้ให้เห็นถึงผลเสียของการเล่นเกม เขาเล่าว่า เวลาเด็กเล่นเกมและมีใครเข้าไปขัดจังหวะ เด็กจะแสดงอาการที่ก้าวร้าวออกมา จะมีปฏิกิริยาที่ผิดปกติ ไม่เหมือนคนที่เคยรู้จัก การหักโหมเล่นเกมเป็นเหมือนอาการแต่ไม่ใช่ปัญหา อาการหัวร้อนของเด็กต้องอาศัยความเข้าใจของพ่อแม่มากๆ ถ้าหากไฟเจอกับไฟมีหวังบ้านแตกสาแหรกขาดเป็นแน่ 

ผมเป็นอีกหนึ่งคนที่ไม่เล่นเกมออนไลน์ใดๆ เลยแต่ หนังออนไลน์ เรื่องนี้ไม่ได้ทำเพื่อให้คนที่เล่นเกมออนไลน์ดูอย่างเดียว แต่หนังต้องการจะให้ทุกคนเข้าใจและทำความเข้าใจได้สักทีว่าสิ่งเหล่านี้อยู่รอบตัวเรา เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเรา และเราหลีกเลี่ยงมันไม่ได้ ถ้าหากยังมองคนเล่นเกมในแง่ลบอยู่ละก็คุณอาจจะเป็นคนที่แปลกในสังคมนี้ไปแล้วก็ได้ 

The Sniper | ล่าเจาะกะโหลก (2009)

The Sniper | ล่าเจาะกะโหลก (2009)

ต้องยอมรับกันตามตรงว่าอุตสาหกรรมหนังฮ่องกงนับตั้งแต่พ้นปี 2000’s ก็แทบไม่มีหนังเรื่องไหนที่จะโดดเด่นจนเป็นตำนานเท่ากับยุคก่อนๆ เลย นักวิจารณ์หลายคนวิเคราะห์ว่าด้วยวิธีการนำเสนอแบบฉากเท่ห์อาจจะไม่เชยไปแล้วสำหรับยุคนี้ หนังฮ่องกงหรือหนังจีนยุคหลังๆ จึงหันไปจับตำนานเทพเจ้าและขายซีจีเสียส่วนใหญ่ แต่เมื่อผมได้พบกับ หนังHD เรื่องหนึ่งที่พยายามจะกลับไปสู่รากเหง้าของหนังฮ่องกง ซึ่งเน้นขายความเท่ห์ของตัวละครและมีเนื้อเรื่องที่ซับซ้อน หนังเรื่องนี้มีชื่อว่า “The Sniper ล่าเจาะกะโหลก”

The Sniper ภาพยนตร์จีนแนว แอคชั่น Action เรื่องราวของหน่วยแม่นปืนที่มีนักแม่นปืนอันดับหนึ่งทำงานพลาดจนฆ่าตัวประกัน เขาถูกติดคุกและไล่ออกจากหน่วย ด้วยเหตุนี้เมื่อเขาได้รับอิสรภาพ เขาจึงหาทางที่จะแก้แค้นหน่วยแม่นปืนเพราะมองว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรม 

ล่าเจาะกะโหลก

หนังเริ่มต้นที่ค่ำคืนหนึ่งเมื่อด่านตรวจได้สะกัดรถยนต์คันหนึ่งซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตามจับ อั๋วเจ่ยหมี่ เจ้าหน้าที่ตำรวจยศผู้น้อยได้โชว์ฝีมือด้วยการยิงอาชญากรเจ้าไปที่ดวงตาโดยที่เขายังมีชีวิตอยู่ อั่วเจ่ยหมี่จึงถูกทาบทามให้ร่วมทีมกับหน่วยแม่นปืน เขาเข้าไปฝึกซ้อมโดยมีผู้กองหยิน มือหนึ่งของหน่วยคอยให้คำแนะนำ อั่วเจ่ยหมี่ได้ไปเห็นชื่อของชายคนหนึ่งที่ชนะสถิตินักแม่นปืนอันดับหนึ่งของหน่วย 5 ปีซ้อน เขาชื่อหลินจิ้งที่ตอนนี้ได้ถูกไล่ออกจากหน่วยและติดคุกเนื่องจากฆ่าตัวประกันตายและเป็นลูกชายของประธานธนาคารแห่งหนึ่ง แม้เขาจะเป็นคนเก่งแต่คนในทีมก็ไม่ค่อยชอบนิสัยของเขาด้วยนิสัยโอหัง หลังจากที่หลินจิ้งได้รับการปล่อยตัวเขาได้ซื้อปืนไรเฟิลในตลาดมืด พร้อมกับได้รับการสนับสนุนจากภรรยาที่ผลักดันให้เขาแก้แค้นหน่วยแม่นปืน เขารับจ้างแก๊งมาเฟียเพื่อคุ้มกันการขนนักโทษหลบหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะเดียวกันเมื่อผู้กองหยินเห็นอั๋วเจ่ยหมี่แล้วทำให้เขานึกถึงหลินจิ้งเพราะเขาบุคลิกที่ไม่ยอมใครและกล้าเถียงผู้บังคับบัญชา อั๋วเจ่ยหมี่ได้รับภารกิจให้ไปตามสืบคดีนี้และเขาก็ทำมันได้อย่างงดงาม เมื่อไปบุกในย่านแก๊งมาเฟีย หยิน สามารถฆ่าอาชญากรได้คนหนึ่งได้ แต่ขณะที่ไล่ตามหน้าแก๊งชื่อ เต๋า เขาก็ถูกหลินจิ้งขัดขวาง ทำให้หัวหน้าเต๋าหนีไปได้ ในขณะที่หลินจิ้งจนมุม ผู้กองหยินสั่งให้อั๋วเจ่ยหมี่ยิงเขาให้ตายทันที แต่อั๋วเจ่ยหมี่บอกว่ามันเกินกว่าเหตุจึงเกิดการขัดแย้งกัน ซึ่งเขาก็ยิงหลินจิ้งเข้าที่แขน

The Sniper

ต่อมามีการเปิดเผยว่าหลินจิ้นรอดชีวิตจากการตกลงจากที่สูงโดยไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ และเขายังคงวางแผนแก้แค้นหน่วยแม่นปืน พร้อมกับโน้มน้าวให้ เชน เพื่อนคนเดียวในหน่วยให้มาร่วมมือด้วย เมื่อนำตัวเชนมาได้เขาได้เกิดอาหารหลอนเห็นตัวประกันที่เขาเคยยิงตาย ทำให้เขาหยิบปืนมายิงสิ่งที่เขาเห็นแต่ลูกกระสุนดันไปฝังที่ตัวเชนจนทำให้เขาตาย เขาได้ดำเนินแผนการแก้แค้นต่อซึ่งให้ได้ล่อให้ผู้กองหยินและทีมไปที่โกดังร้างแห่งหนึ่งซึ่งนำไปสู่การดวลปืนระหว่าง หยิน หลินจิ้ง และอั๋วเจ่ยหมี่ ในการต่อสู้ครั้งนี้ได้สูญเสียหน่วยแม่นปืนจำนานมาก ผู้กองหยินจึงใช้วิธีสละชีวิตตัวเองเพื่อเป็นตัวล่อเป้า ในระหว่างนั้นอั๋วเจ่ยหมี่ก็ใช้โอกาสนี้ยิงหลินจิ้งได้สำเร็จ ต่อมาอั๋วเจ่ยหมี่ได้รับเหรียญกล้าหาญและได้เป็นนักแม่นปืนอันดับหนึ่งของหน่วย 

ถ้าหาก หนังคมชัดHD เรื่องนี้ต้องการให้หนังหวนคืนสู่บรรยากาศของหนังฮ่องกงในอดีต ก็ถือว่าประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะตัวละคร อั๋วเจ่ยหมี่ ที่นำแสดงโดย เฉิน ก๊วนซี นั้นแสดงออกมาได้หล่อและเท่ห์บรรลัย แต่ต้องกลับไปที่คำถามเดิมว่า การนำเสนอให้บรรยากาศหนังดูเหมือนหนังฮ่องกงยุค 80’s – 90’s มันยังขายได้ในยุคนี้หรือเปล่า โดยส่วนตัวผมคิดว่าถ้ามองมันเป็นหนังที่อยู่ในยุคบุกเบิกหนังฮ่องกงถือว่าเป็นหนังที่ดีเรื่องหนึ่ง