The River Runner

The River Runner (2021)

The River Runner (2021)

ในโลกนี้มีมนุษย์บางคนที่ต้องการจะข้ามขีดจำกัดที่มนุษย์จะทำได้ ด้วยการทำอะไรที่โลดโผนและเสี่ยงตาย ซึ่งผมได้ ดูหนังออนไลน์ แนวสารคดีหลายต่อหลายเรื่องที่ได้บันทึกความหวาดเสียวในหลายๆ เหตุการณ์ อย่างเช่น Man on Wire (2008) และ Free Solo (2018) วันนี้ผมมีสารคดอีกหนึ่งที่อยากแนะนำให้ทุกคนรู้จักในชื่อ “The River Runner”

The River Runner ภาพยนตร์แนว สารคดี Documentary กำกับโดย Rush Sturges เรื่องราวของนักพายเรือคายัคตั้งใจที่จะเป็นคนแรกที่จะพายเรือไปตามแม่น้ำใหญ่ทั้งสี่สายที่ไหลมาจากภูเขาไกรลาสอันศักดิ์สิทธิ์ของทิเบต

The River Runner

สก็อตต์ ลินด์เกรน ถือเป็นบุคคลในตำนานในช่วงยุคทองของกีฬาปลายยุค 90’s ในช่วงมัธยม แม่ค่อนข้างเป็นห่วงอนาคตของเขาเพราะสก็อตต์มัวแต่หมกมุ่นอยู่กับแก๊งวัยรุ่นตามแหล่งน้ำ โดยที่เธอไม่เข้าใจว่าลูกชายกำลังทำอะไรอยู่ กระทั่งวันหนึ่งที่ทั้งคู่ไปเที่ยวด้วย ทำให้เธอรู้แล้วว่าลูกชายมีพรสวรรค์ในการพายเรือพายัคมากแค่ไหน แต่สิ่งเดียวที่เธอยังแอบเป็นห่วงหลังจากนี้ก็คือ สก็อตต์จะหาเงินจากสิ่งที่เขาทำอยู่ได้ยังไง และนี่ก็เป็นคำถามใหญ่ๆ ที่สก็อตต์ถามตัวเองด้วยเช่นกัน คำตอบที่ได้คือ การขายวิดีโอ ในยุคนั้นกิจกรรมโลดโผนแบบนี้หาดูแทบไม่ได้ตามช่องต่างๆ ไม่เหมือนในยุคปัจจุบันที่เสิร์ชใน Youtube วิเดียวก็เจอเป็นพันคลิป ในช่วงเวลานั้นจึงทำให้สก็อตต์และเพื่อนๆ แจ้งเกิดด้วยการขายม้วนวิดีโอแนวเอ็กซ์ตรีม และค่อนข้างขายดีเป็นอย่างมาก หลายคนอยากเห็นวินาทีเสี่ยงตายแบบใกล้ชิดและสมจริง ส่วนสก็อตต์ก็ตามหาแม่น้ำไหลเชี่ยวและอันตรายทั่วทุกมุมโลก เขาไม่กลัวตายแม้แต่นิดเดียว เขาไปทั้งประเทศจีน ทิเบต และอินเดีย ที่ไหนว่าแน่เขาผ่านมาหมด แต่มีเหตุการณ์หนึ่งที่ส่งผลกับชีวิตของเขาเป็นอย่างมาก เมื่อ พีต เพื่อนสนิทที่เติบโตมาด้วยกันได้พ่ายแพ้ให้กับกระแสน้ำ เขาเสียชีวิตจากการพายเรือยัค หลังจากเหตุการณ์นี้มันส่งผลให้สก็อตต์มีอารมณ์แปรปรวนและมักจะหาเรื่องกับคนในท้องถิ่นในที่ๆ เขาไปพายเรือ เช่น ปี 2002 เขาไปที่แม่น้ำพรหมบุตร ว่ากันว่ากันแม่น้ำที่อันตรายที่สุดในโลก เขาเกือบจะคุมทีมไม่อยู่ ด้วยอารมณ์ที่แปรปรวนของเขา ปกติสก็อตต์ไม่ใช่คนแบบนี้ 

The River Runner

อารมณ์ที่ไม่แน่นอนเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ จนคนรอบตัวแนะนำให้เขาไปหาหมอ และเมื่อเอกซเรย์ก็พบว่า ในสมองของเขามีเนื้องอกก้อนหนึ่งที่ส่งผลกับอารมณ์ของเขา และมีแนวโน้มที่จะโตขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้เขาตาบอดและตายได้ ซึ่งการผ่าตัดก็มีความเสี่ยงไม่แพ้กัน แน่นอนว่ามันส่งผลกับอาชีพของเขาด้วย ในช่วงที่กำลังขึ้นสูงสุดเขาต้องหยุดการพายเรือยัคทันที เขาจึงผันตัวมาเป็นโค้ชแทนที่จะเล่นเอง กว่า 20 ปีที่สก็อตต์ไม่ได้เล่นมันอีกเลย กระทั่งมาเจอกับ รัช สเตอร์เจส หรือผู้กำกับสารคดีเรื่องนี้ ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของเขา ได้ลองชวนให้เขากลับมาเล่นเรือพายัคอีกครั้งเพื่อเป็นการบำบัดเนื้องอกในสมอง เพราะความตึงเครียดส่งผลให้เนื้องอกโตขึ้นด้วย สก็อตต์ตกลง ทั้งคู่ใช้เวลา 4 ปีในการถ่ายทำสารคดีเรื่องนี้ สก็อตต์บอกว่าเขารู้สึกเหมือนเกิดใหม่อีกครั้ง แม้ทักษะบางอย่างอาจจะหายไปบ้าง ปัจจุบัน สก็อตต์สมัครเรียนแพทย์โดยเน้นวิถีชีวิตกลางแจ้งของเขาและการเดินทางเพื่อบำบัดโรคอาจส่งผลต่อการเติบโตของเนื้องอกของเขา เขายังคงเล่าเรื่องการรักษาของเขากับคนอื่นๆ ทั่วโลก การต่อสู้กับเนื้องอกยังคงดำเนินต่อไปแต่หมอเชื่อว่าเขาจะมีชีวิตที่ยืนยาวและแข็งแรง สก็อตต์ยังคงพายเรือคายัคตลอดทั้งปี 

ยอมรับว่าตอนแรกคาดหวังกับ หนังออนไลน์ เรื่องนี้มาก คือด้วยความหน้าหนังขายว่าเป็นสารคดีที่ได้รางวัลเยอะ แล้วก็ทำให้เราอดเปรียบเทียบกับสารคดีแนวคล้ายกันไม่ได้ อย่างเช่น Man on Wire (2008) ที่พูดถึงชายที่ปีนแท่งเหล็กข้ามตึกแฝดเวิล์ดเทรดเซ็นเตอร์ หรือ Free Solo (2018) ที่พูดถึงนักปีนเขาที่กำลังจะปีนยอดเขาที่อันตรายที่สุด ซึ่งทั้งสองเรื่องที่ยกตัวอย่างมาล้วนแล้วแต่ถ่ายทอดความหวาดเสียวผ่านหน้าจอได้เป็นอย่างดี แต่สำหรับเรื่องนี้ยังขาดตรงนั้นไป ซึ่งไม่ผิดที่จะคาดหวังเพราะสารคดีขายความหวาดเสียวทั้งในตัวอย่างและการโปรโมตต่างๆ 

Tell Me Who I Am

Tell Me Who I Am (2019)

Tell Me Who I Am (2019)

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เกิดแฮชแท็ก “นรกบนดิน” ติดอันดับหนึ่งบนเทรนด์ทวิตเตอร์ เรื่องราวคร่าวๆ เกิดจากหญิงคนหนึ่งถูกวัยรุ่น 7 คนรุมโทรมเธอ ซ้ำร้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจยังทำงานอย่างไร้ประสิทธิภาพจนเธอต้องออกมาเรียกร้องด้วยตัวเองเพราะระบบยุติธรรมพึ่งพาไม่ได้อีกต่อไป ที่ผมนำข่าวนี้ขึ้นมาเล่าก็เพราะว่า หนังHD ที่ผมหยิบมาแนะนำวันนี้เป็นสารคดีที่ถ่ายทอดชีวิตของเหยื่อที่ถูก Sexual Abused ในสารคดีที่มีชื่อว่า “Tell Me Who I Am”

Tell Me Who I Am ภาพยนตร์แนว สารคดี Documentary กำกับโดย Ed Perkins เล่าถึงฝาแฝด อเล็กซ์ และ มาร์คัส ซึ่งอเล็กซ์เกิดอุบัติเหตุและความทรงจำหายไป มาร์คัสจึงสร้างความทรงจำอันสดใสขึ้นมาใหม่เพื่ออยากลบอดีตที่เลวร้าย

Tell Me Who I Am

เรื่องราวเริ่มต้นในปี 1982 เมื่ออเล็กซ์วัย 19 ปี ขี่มอเตอร์ไซค์แล้วรถคว่ำลงข้างถนน ตั้งแต่นั้นความทรงจำส่วนใหญ่ของเขาได้หายไป สิ่งเดียวที่ยังพอจำได้คือ มาร์คัส คือพี่น้องฝาแฝด พัฒนาการของเขาเหมือนกับเด็ก 3 ขวบ พ่อแม่ของทั้งคู่ค่อนข้างเย็นชากับพวกเขา โดยเฉพาะพ่อที่มักจะอารมณ์ฉุนเฉียวและห้ามให้ลูกๆ เข้าห้องทำงานของเขา ฉะนั้น จึงเป็นหน้าที่ของมาร์คัสที่ต้องสอนโลกทั้งใบให้กับอเล็กซ์ เริ่มตั้งแต่แนะนำว่าห้องครัวคืออะไร เปิดแก๊สยังไง โรงเรียนคืออะไร หรือแฟนสาวหมายถึงอะไร เป็นต้น มากไปกว่านั้น มาร์คัสจะนำรูปภาพเก่าๆ มาเล่าให้อเล็กซ์ฟังว่าพ่อแม่เลี้ยงดูพวกเขามาดีแค่ไหน ตอนเด็กๆ พ่อแม่มักจะพาไปเที่ยวต่างประเทศบ่อยๆ ซึ่งทุกอย่างดูมีความสุขดี อเล็กซ์เรียนรู้การใช้ชีวิตอย่างรวดเร็ว สองพี่น้องออกไปปาร์ตี้กับเพื่อนๆ แต่พ่อแม่ก็ยังเคร่งครัดกับพวกเขาอยู่ กระทั่งวันหนึ่ง พ่อของพวกเขาป่วยเป็นโรคมะเร็ง ก่อนที่พ่อจะตาย เขาได้ถามลูกๆ ว่าให้อภัยกับสิ่งที่เขาเคยทำได้มั้ย อเล็กซ์ตอบอย่างไร้เดียงสาว่า ให้อภัยครับ ก็พ่อเป็นพ่อของผม แต่มาร์คัสผู้ที่มีความทรงจำกับอดีตครบถ้วน เขาตอบเพียงแค่ ไม่ สั้นๆ และเดินออกจากห้อง อเล็กซ์ได้แต่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่แต่ไม่กล้าถาม ต่อมาแม่ก็เริ่มป่วยและเสียชีวิตตามพ่อไป ทั้งคู่ตัดสินใจเข้าไปในห้องต้องห้ามอีกครั้งเพื่อที่จะเก็บข้าวของหลังจากพ่อแม่จากไป 

Tell Me Who I Am

สิ่งแรกที่อเล็กซ์เห็นในห้องนั้นคือ เซ็กส์ทอยที่มีจัดเรียงอยู่ตามชั้นวาง เขาเริ่มเปิดลิ้นชัก จนพบรูปภาพหนึ่ง ซึ่งเป็นรูปที่เขาและมาร์คัสวัย 11 ขวบยืนแก้ผ้าเคียงกัน ส่วนหัวของรูปถูกตัดออกไป เขาคิดในใจตอนนั้นว่า พ่อแม่ปกติที่ไหนจะทำกับลูกแบบนี้วะ เขาตัดสินใจเดินไปหามาร์คัสที่ครัวและถามคำถามที่มาร์คัสกลัวที่จะตอบมากที่สุดว่า พ่อแม่ข่มขืนพวกเขาใช่หรือไม่ มาร์คัสตัวสั่น ชามในมือหล่นลงพื้น เขาผงกหัวและเดินออกไปที่สวน หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ไม่เคยพูดเรื่องนี้กันอีกเลย กระทั่ง 30 ปี ผ่านไป ทีมงานได้พาทั้งคู่มาสัมภาษณ์ อเล็กซ์ก็ยังสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่ ต้องย้อนไปตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุ มาร์คัสถือโอกาสนี้ปิดบังอเล็กซ์ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น อีกทั้งยังเป็นการโกหกตัวเองอีกด้วยว่าเรื่องที่ผ่านมาไม่เคยเกิดขึ้น กระทั่งตอนนี้ เขาได้อัดวิดีโอเล่าเรื่องราวในอดีตให้อเล็กซ์ฟัง เพื่อให้เขาไม่มีสิ่งที่ค้างคาในใจอีกต่อไป ในช่วงอายุ 11 – 14 ปี แม่เป็นคนเซ็กส์จัดมากๆ เธอเริ่มจากการลวนลามลูกๆ จากนั้นก็พาทั้งคู่ไปที่ห้องนอนของเธอ บังคับให้ลูกชายมีเซ็กส์กันเอง และสำเร็จความใคร่ให้ลูกชาย เพื่อสนองความต้องการทางเพศของตัวเอง เท่านั้นยังไม่พอ เธอยังพาลูกๆ ตระเวนไปหาคนแปลกหน้าเพื่อให้คนเหล่านั้นข่มขืนลูกชาย กระทั่งมาร์คัสในวัย 14 ปี แม่พาขับรถไปที่ลอนดอนเพื่อไปส่งเขาให้ชายคนหนึ่ง จากนั้นแม่ก็ทิ้งเธอไว้ที่นั่นและขับรถกลับ เป็นครั้งแรกที่มาร์คัสขัดขืนและหนีออกมาจากบ้านหลังนั้น เขานั่งรถไฟกลับมาที่บ้านตอนเช้า แม่เห็นเขาก็ตกใจเล็กน้อย และนั่นถือเป็นครั้งสุดท้ายที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ปัจจุบันทั้งคู่มีครอบครัว ใช้ชีวิตได้ตามปกติ สารคดีเรื่องนี้ทำให้พวกเขากลับมาคุยกันแบบเปิดอกอีกครั้ง

พอได้ดู หนังคมชัดHD เรื่องนี้จบ รู้สึกสะเทือนใจเป็นอย่างมาก ผู้ที่เป็นเหยื่อไม่มีทางกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้อีกเลย แผลในใจยังสะกิดให้เจ็บปวดได้ทุกเมื่อแม้เวลาจะผ่านไปหลายสิบปี นี่จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมสังคมจึงต้องตื่นตัวกับเรื่องนี้ให้มากๆ เพราะสิ่งเหล่านี้มันสะท้อนปัญหาสังคมได้หลายเลเยอร์มากๆ อย่างน้อย การปฏิบัติกับเหยื่ออย่างถูกต้อง ให้ความเป็นธรรมกับเหยื่อ ควรจะเกิดขึ้นได้สักที ไม่ใช่เกิดเรื่องขึ้น สิ่งแรกที่สังคมถามคือ ไปทำอีท่าไหนให้โดนข่มขืน แต่ไม่เคยถามผู้กระทำผิดเลยว่า มีสิทธิ์อะไรไปข่มขืนคนอื่น 

The Phantom

The Phantom (2021)

The Phantom (2021)

ปัจจุบันผมเชื่อ Netflix ถือเป็นอีกหนึ่งแพล็ตฟอร์มที่ผลิตคอนเทนต์สารคดีคุณภาพมากที่สุดแพล็ตฟอร์มหนึ่ง โดยเฉพาะสารคดีแนวสืบสวนฆาตกรรม และผลงานที่เป็นที่ฮือฮามากที่สุดใน เว็บหนังออนไลน์ ก็คือ Making A Murderer เป็นมินิซีรีส์ 2 ซีซั่นที่ติดตามนักโทษคนหนึ่งที่ถูกกล่าวหาว่าฆ่าคน สำหรับวันนี้ผมก็มีสารคดีอีกเรื่องที่มีเนื้อหาคล้ายๆ กันกับ ‘The Phantom’

The Phantom ภาพยนตร์แนว สารคดี Documentary กำกับโดย Patrick Forbes โดยเล่าถึงคดีสะเทือนขวัญในรัฐเท็กซัสปี 1983 ซึ่งมีชายเม็กซิกันคนหนึ่งได้เข้าไปปล้นปั๊มน้ำมันและใช้มีดแทงหญิงสาวจนเสียชีวิต คนร้ายถูกประหารชีวิตทันที แต่หลังจากนั้นกลับพบหลักฐานที่ทำให้เชื่อว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ 

The Phantom

คอร์ปัส คริสติ รัฐเท็กซัส 4 กุมภาพันธ์ ปี 1983 นายตำรวจมาร์ค ชาวเออร์ ได้รับแจ้งเหตุปล้นที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่าพบชายบ้าคลั่งถือมีดมาแทงหญิงสาวคนหนึ่งในร้านพร้อมกับได้เงินไปจำนวน 149 ดอลลาร์ ต่อมา พบชายคนหนึ่งหลบอยู่ใต้รถ ซึ่งไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ เขาถูกจับทันที ชายผู้ต้องสงสัยคนนี้ชื่อว่า คาร์ลอส เดลูน่า เขาปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา รวมถึงการฆาตกรรมหญิงสาวในร้านชื่อ วานด้า โลเปซอีกด้วย คาร์ลอสขอกับทนายให้ได้พูดในศาลต่อหน้าคณะลูกขุน เขามีโอกาสที่จะพูดเพียงครั้งเดียว ซึ่งคาร์ลอสบอกว่าคืนนั้นเขากำลังเดินทางไปหาผู้หญิงคนหนึ่งและได้เห็นคาร์ลอส เฮอร์นานเดซ เดินเข้าไปในร้านพร้อมกับมีด พอเขาเห็นเช่นนั้น เขาก็วิ่งหนีและเข้าไปหลบอยู่ใต้รถ จนสุดท้ายก็ถูกตำรวจจับกุมและยัดคดีให้กับเขา ทนายความของเขาก็ทำหน้าที่ไปสืบดูว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นเป็นความจริงหรือไม่ ปรากฏว่า หญิงที่เขาจะไปหาในคืนนั้นบอกว่าเธอไม่ได้กันกับคาร์ลอส ส่วนชื่อ คาร์ลอส เฮอร์นานเดซ ที่เขาเอ่ยขึ้นมาก็ไม่มีตัวตน คาร์ลอส เดลูน่า ถูกคณะลูกขุนตัดสินว่าผิดจริง ศาลสั่งโทษสูงสุดนั่นคือการประหารชีวิต คาเรน นักข่าวสาวท้องถิ่น ตัดสินใจไปสัมภาษณ์เขาที่เรือนจำ เขาก็ยังยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนทำ ซึ่งหลังจากนั้นคาร์ลอสก็ส่งจดหมายหาคาเรนเพื่อเล่าถึงความทุกข์ที่เขาต้องเจอและยืนยันในความบริสุทธิ์

The Phantom

ในช่วงเวลาดังกล่าว ก็มีทนายบางคนพยายายามยื่นคำร้องขอให้ศาลยกเลิกโทษประหาร โดยนำหลักฐานใหม่ไปให้พิจารณาอีกรอบ ซึ่งสิ่งที่พอจะยืนยันความบริสุทธิ์ของเขาได้ก็คือ ในที่เกิดเหตุเต็มไปด้วยเลือดของเหยื่อ แต่ร่างกายของเขากลับไม่มีเลือดเปื้อนตัวเลยสักหยดเดียว แต่สุดศาลก็ปฏิเสธการพิจารณาคดีใหม่ คาร์ลอสถูกประหารชีวิตในปี 1989 14 ปี ต่อมา ศาสตราจารย์จิม ลีปแมน โรงเรียนกฎหมายโคลัมเบีย พยายามหาสักคดีที่สามารถคัดง้างกับคำพูดของ จอร์จ ดับเบิลยู บูช ว่าตลอดการเป็นประธานาธิบดี ที่รัฐเท็กซัสไม่มีนักโทษคนไหนที่เป็นแพะรับบาป ลูกศิษย์ของจิมเลยเสนอคดีของคาร์ลอส เดลูน่าให้กับเขา สิ่งแรกที่เขาทำคือสืบดูว่า คาร์ลอส เฮอร์นานเดซ มีตัวตนจริงๆ หรือไม่ และคำตอบที่ได้ก็คือ เขามีตัวตนจริง และเมื่อย้อนประวัติอาชญากรรมก็มีมากมายจนน่าตกใจ อีกทั้งเขายังเคยมีคดีปล้นโดยใช้มีดอยู่บ่อยครั้ง แต่ที่น่าสงสัยคือ ทำไมเขายังไม่เคยติดคุกเลยสักครั้ง มากไปกว่านั้น เมื่อไปสัมภาษณ์แฟนเก่าของเฮอร์นานเดซก็รู้ว่า เขาเคยจับผู้หญิงขึ้นรถตู้ ทำการข่มขืนและฆ่าทิ้ง อีกทั้งยังกรีดสัญลักษณ์ตัวเอ็กซ์ที่หลังของเหยื่อ ทว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จับผู้บริสุทธิ์มาแทนและไม่ทำอะไรกับชายคนนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว แล้วทำไมตำรวจถึงไม่กล้าทำอะไรชายคนนี้ จิมไปถามคนในท้องถิ่นจนได้รู้คำตอบว่า เขาและตำรวจเป็นพาร์ทเนอร์กันในบางเรื่องที่ไม่สามารถตอบได้ ทำให้เขาได้รับการคุ้มครองจากตำรวจ ถ้าหากมองในมุมที่กว้างขึ้น ในช่วงปี 70-80 กว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของนักโทษประหารเป็นคนผิวสี ซึ่งอาจจะเป็นอีกวิธีหนึ่งของรัฐที่ตั้งใจจะกำจัดเชื้อชาติอื่นๆ ก็เป็นได้

จบไปแล้วสำหรับ หนังออนไลน์ในเว็บ เรื่องนี้ ในช่วงแรกสารคดีได้หลอกล่อให้เราเชื่อว่าคาร์ลอส เดลูน่า คือฆาตกรตัวจริง โดยยังกั๊กชุดข้อมูลไว้ก่อน แต่พอช่วงหลังกลับให้ชุดข้อมูลใหม่ที่ต่างออกไปและผู้ร้ายที่แท้จริงคือเจ้าหน้า ยิ่งเพิ่มอรรถรสในการดูเป็นอย่างมาก แต่สุดท้ายก็รู้สึกหดหู่ที่ไม่ควรมีใครที่ต้องมาเจอชะตากรรมแบบนี้จากการทำงานห่วยๆ ของรัฐเลยแม้แต่คนเดียว 

Tell Me Who I Am

Tell Me Who I Am (2019)

Tell Me Who I Am (2019)

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เกิดแฮชแท็ก “นรกบนดิน” ติดอันดับหนึ่งบนเทรนด์ทวิตเตอร์ เรื่องราวคร่าวๆ เกิดจากหญิงคนหนึ่งถูกวัยรุ่น 7 คนรุมโทรมเธอ ซ้ำร้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจยังทำงานอย่างไร้ประสิทธิภาพจนเธอต้องออกมาเรียกร้องด้วยตัวเองเพราะระบบยุติธรรมพึ่งพาไม่ได้อีกต่อไป ที่ผมนำข่าวนี้ขึ้นมาเล่าก็เพราะว่า หนังHD ที่ผมหยิบมาแนะนำวันนี้เป็นสารคดีที่ถ่ายทอดชีวิตของเหยื่อที่ถูก Sexual Abused ในสารคดีที่มีชื่อว่า “Tell Me Who I Am”

Tell Me Who I Am ภาพยนตร์แนว สารคดี Documentary กำกับโดย Ed Perkins เล่าถึงฝาแฝด อเล็กซ์ และ มาร์คัส ซึ่งอเล็กซ์เกิดอุบัติเหตุและความทรงจำหายไป มาร์คัสจึงสร้างความทรงจำอันสดใสขึ้นมาใหม่เพื่ออยากลบอดีตที่เลวร้าย

Tell Me Who I Am

เรื่องราวเริ่มต้นในปี 1982 เมื่ออเล็กซ์วัย 19 ปี ขี่มอเตอร์ไซค์แล้วรถคว่ำลงข้างถนน ตั้งแต่นั้นความทรงจำส่วนใหญ่ของเขาได้หายไป สิ่งเดียวที่ยังพอจำได้คือ มาร์คัส คือพี่น้องฝาแฝด พัฒนาการของเขาเหมือนกับเด็ก 3 ขวบ พ่อแม่ของทั้งคู่ค่อนข้างเย็นชากับพวกเขา โดยเฉพาะพ่อที่มักจะอารมณ์ฉุนเฉียวและห้ามให้ลูกๆ เข้าห้องทำงานของเขา ฉะนั้น จึงเป็นหน้าที่ของมาร์คัสที่ต้องสอนโลกทั้งใบให้กับอเล็กซ์ เริ่มตั้งแต่แนะนำว่าห้องครัวคืออะไร เปิดแก๊สยังไง โรงเรียนคืออะไร หรือแฟนสาวหมายถึงอะไร เป็นต้น มากไปกว่านั้น มาร์คัสจะนำรูปภาพเก่าๆ มาเล่าให้อเล็กซ์ฟังว่าพ่อแม่เลี้ยงดูพวกเขามาดีแค่ไหน ตอนเด็กๆ พ่อแม่มักจะพาไปเที่ยวต่างประเทศบ่อยๆ ซึ่งทุกอย่างดูมีความสุขดี อเล็กซ์เรียนรู้การใช้ชีวิตอย่างรวดเร็ว สองพี่น้องออกไปปาร์ตี้กับเพื่อนๆ แต่พ่อแม่ก็ยังเคร่งครัดกับพวกเขาอยู่ กระทั่งวันหนึ่ง พ่อของพวกเขาป่วยเป็นโรคมะเร็ง ก่อนที่พ่อจะตาย เขาได้ถามลูกๆ ว่าให้อภัยกับสิ่งที่เขาเคยทำได้มั้ย อเล็กซ์ตอบอย่างไร้เดียงสาว่า ให้อภัยครับ ก็พ่อเป็นพ่อของผม แต่มาร์คัสผู้ที่มีความทรงจำกับอดีตครบถ้วน เขาตอบเพียงแค่ ไม่ สั้นๆ และเดินออกจากห้อง อเล็กซ์ได้แต่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่แต่ไม่กล้าถาม ต่อมาแม่ก็เริ่มป่วยและเสียชีวิตตามพ่อไป ทั้งคู่ตัดสินใจเข้าไปในห้องต้องห้ามอีกครั้งเพื่อที่จะเก็บข้าวของหลังจากพ่อแม่จากไป 

Tell Me Who I Am

สิ่งแรกที่อเล็กซ์เห็นในห้องนั้นคือ เซ็กส์ทอยที่มีจัดเรียงอยู่ตามชั้นวาง เขาเริ่มเปิดลิ้นชัก จนพบรูปภาพหนึ่ง ซึ่งเป็นรูปที่เขาและมาร์คัสวัย 11 ขวบยืนแก้ผ้าเคียงกัน ส่วนหัวของรูปถูกตัดออกไป เขาคิดในใจตอนนั้นว่า พ่อแม่ปกติที่ไหนจะทำกับลูกแบบนี้วะ เขาตัดสินใจเดินไปหามาร์คัสที่ครัวและถามคำถามที่มาร์คัสกลัวที่จะตอบมากที่สุดว่า พ่อแม่ข่มขืนพวกเขาใช่หรือไม่ มาร์คัสตัวสั่น ชามในมือหล่นลงพื้น เขาผงกหัวและเดินออกไปที่สวน หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ไม่เคยพูดเรื่องนี้กันอีกเลย กระทั่ง 30 ปี ผ่านไป ทีมงานได้พาทั้งคู่มาสัมภาษณ์ อเล็กซ์ก็ยังสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่ ต้องย้อนไปตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุ มาร์คัสถือโอกาสนี้ปิดบังอเล็กซ์ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น อีกทั้งยังเป็นการโกหกตัวเองอีกด้วยว่าเรื่องที่ผ่านมาไม่เคยเกิดขึ้น กระทั่งตอนนี้ เขาได้อัดวิดีโอเล่าเรื่องราวในอดีตให้อเล็กซ์ฟัง เพื่อให้เขาไม่มีสิ่งที่ค้างคาในใจอีกต่อไป ในช่วงอายุ 11 – 14 ปี แม่เป็นคนเซ็กส์จัดมากๆ เธอเริ่มจากการลวนลามลูกๆ จากนั้นก็พาทั้งคู่ไปที่ห้องนอนของเธอ บังคับให้ลูกชายมีเซ็กส์กันเอง และสำเร็จความใคร่ให้ลูกชาย เพื่อสนองความต้องการทางเพศของตัวเอง เท่านั้นยังไม่พอ เธอยังพาลูกๆ ตระเวนไปหาคนแปลกหน้าเพื่อให้คนเหล่านั้นข่มขืนลูกชาย กระทั่งมาร์คัสในวัย 14 ปี แม่พาขับรถไปที่ลอนดอนเพื่อไปส่งเขาให้ชายคนหนึ่ง จากนั้นแม่ก็ทิ้งเธอไว้ที่นั่นและขับรถกลับ เป็นครั้งแรกที่มาร์คัสขัดขืนและหนีออกมาจากบ้านหลังนั้น เขานั่งรถไฟกลับมาที่บ้านตอนเช้า แม่เห็นเขาก็ตกใจเล็กน้อย และนั่นถือเป็นครั้งสุดท้ายที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ปัจจุบันทั้งคู่มีครอบครัว ใช้ชีวิตได้ตามปกติ สารคดีเรื่องนี้ทำให้พวกเขากลับมาคุยกันแบบเปิดอกอีกครั้ง

พอได้ดู หนังคมชัดHD เรื่องนี้จบ รู้สึกสะเทือนใจเป็นอย่างมาก ผู้ที่เป็นเหยื่อไม่มีทางกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้อีกเลย แผลในใจยังสะกิดให้เจ็บปวดได้ทุกเมื่อแม้เวลาจะผ่านไปหลายสิบปี นี่จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมสังคมจึงต้องตื่นตัวกับเรื่องนี้ให้มากๆ เพราะสิ่งเหล่านี้มันสะท้อนปัญหาสังคมได้หลายเลเยอร์มากๆ อย่างน้อย การปฏิบัติกับเหยื่ออย่างถูกต้อง ให้ความเป็นธรรมกับเหยื่อ ควรจะเกิดขึ้นได้สักที ไม่ใช่เกิดเรื่องขึ้น สิ่งแรกที่สังคมถามคือ ไปทำอีท่าไหนให้โดนข่มขืน แต่ไม่เคยถามผู้กระทำผิดเลยว่า มีสิทธิ์อะไรไปข่มขืนคนอื่น