Oslo

Oslo | ออสโล (2021)

Oslo | ออสโล (2021)

เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เราได้เห็นภาพข่าวราวกับหนังไซไฟหุ่นยนต์ยึดครองโลก แต่แท้จริงคือฝีมือของมนุษย์ด้วยกันเอง เมื่ออิสราเอลและปาเลสไตน์ เริ่มทำสงครามขึ้นอีกรอบด้วยยุทโธปกรณ์ที่ล้ำสมัย ทั้งโดรน มิสไซล์ และอื่นๆ ที่คร่าชีวิตประชาชนของทั้ง 2 ฝ่ายนับพันคนในชั่วพริบตา ตึกสูงเต็มไปด้วยควันโขมง ผู้คนวิ่งหลบเข้าไปอยู่ในห้องใต้ดิน คือสิ่งที่ปรากฏตามข่าวมาเกือบเดือน ถ้าถามหาว่าใครเป็นฝ่ายถูกผิดก็คงเหมือนกับสงสัยว่าไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน เมื่อสงครามระหว่างสองดินแดนนี้สู้รบกันมานับร้อยปีและอีหลักอีเหลื่ออยู่เหมือนกันถ้าจะบอกว่าใครเป็นผู้เริ่มสงคราม เพราะต่างฝ่ายล้วนมีผลทำให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้นทั้งสิ้น สรุปง่ายๆ มันคือสงครามแย่งดินแดนที่ทั้ง 2 ฝ่ายต่างเชื่อว่าตัวเองเป็นเจ้าของที่แท้จริง แล้วการสู้รบที่ผ่านมา ไม่เคยมีการเจรจากันเลยหรอ ตัวกลางอย่างยูเอ็น ไม่เข้ามาช่วยเหลืออะไรบ้างเลยหรือไง ต้องบอกเลยว่า มีครับ และยูเอ็นนี่แหละที่เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้สงครามรุนแรงขึ้น ถ้าหากใครสนใจสงครามแย่งดินแดนนี้ สามารถไปหาอ่านข้อมูลเพิ่มเติมมาอ่านได้ครับ แต่สำหรับวันนี้ ผมจะชวน ดูหนังใหม่ออนไลน์ เรื่องหนึ่งที่คิดว่าน่าสนใจและเข้ากับสถานการณ์ในช่วงเวลานี้มากๆ หนังเรื่องนี้มีชื่อว่า “Oslo” 

Oslo ภาพยนตร์แนว ดราม่า Drama กำกับโดย Bartlett Sher ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์จริง เมื่อ UN ต่างรู้ตัวเองดีว่า พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดสงครามเนื่องจาก หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 1947 UN มีมติให้แบ่งปาเลสไตน์ออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือรัฐของชาวยิวโดยเฉพาะ และอีกส่วนคือรัฐของชาวอาหรับ ต่อมา ชาวยิวจึงสถาปนารัฐของตัวเองขึ้นมาในชื่ออิสราเอล แต่ปัญหาคือ ก่อนสงครามโลก ในดินแดนปาเลสไตน์มีหลายเชื้อชาติอาศัยอยู่ก่อนแล้ว พวกเขาจึงไม่พอใจนักเมื่ออยู่ดีๆ มีใครก็ไม่รู้มาแย่งบ้านเกิดของพวกเขาไป ชาวยิวก็ไม่ยอมเมื่อพวกเขาเคยเป็นเจ้าของดินแดนแห่งนี้มากว่าพันปีแล้ว UN ก็ยังคงมีความพยายามที่จะยุติความรุนแรงนี้ลง แต่ไม่ใช้อำนาจเข้าไปแทรกแซง คู่สามีภรรยาชาวนอร์เวย์ที่เป็นสมาชิก UN จึงคิดแผนการที่จะสันติโดยให้ตัวแทนจากทั้ง 2 ฝ่ายมาอยู่ร่วมกันในบ้านหลังเดียวกันที่เมือง Oslo เพื่อเจรจาสนธิสัญญาที่แฟร์กับทุกฝ่าย ซึ่งน่าจะเป็นการเจรจาที่เกือบจะสำเร็จที่สุดในบรรดาร้อยปีแล้ว 

ออสโล

ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นปี 1992 เมื่อคู่รักชาวนอร์เวย์ โมน่าและรอด ที่ทำงานให้กับยูเอ็น ได้เดินทางไปที่เมืองกาซ่า ซึ่งเป็นดินแดนที่อิสราเอลและปาเลสไตน์ใช้เป็นสนามรบ จึงเกิดไอเดียที่จะให้ทั้ง 2 ฝ่ายมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในเมืองออสโล ซึ่งเป็นดินแดนพิเศษที่ห้ามมีการปะทะ พวกเขาเชื่อว่าถ้าหากทุกฝ่ายได้มองตากัน พูดคุยกัน มองศัตรูในฐานะมนุษย์เหมือนกัน อาจจะทำให้ความรุนแรงในสงครามลดลงและหาบทสรุปที่ทุกฝ่ายพอใจได้ พวกเขาใช้เวลากว่า 1 ปีถึงจะสามารถให้ทั้ง 2 ประเทศส่งตัวแทนมาได้ ซึ่งการเจรจาทั้งหมดนี้ทำในภายใต้ องค์กรปลดปล่อยปาเลสไตน์ ซึ่งฝั่งปาเลสไตน์ได้ส่ง อาเหม็ด คูรี และผู้ช่วย คุณฮัสซาน อัสโฟร์ เจ้าหน้าที่ติดต่อประสานงานพีแอลโอ  ส่วนอิสราเอลส่ง ศาสตราจารย์ไยอาร์ เฮิร์ฟเฟลด์ และผู้ช่วย ศาสตราจารย์รอน พุนดัก ในช่วงแรกอาจจะขัดแย้งกันด้านวัฒนธรรมบ้าง แต่เมื่อพวกเขาเริ่มแชร์และพูดถึงครอบครัว ก็ทำให้ใจเย็นลงได้ การเจรจาจัดขึ้นถึง 3 ครั้งใช้เวลาไปถึงปลายปี 1993 จนได้ข้อสรุปว่าอิสราจะถอนกำลังที่เมืองกาซ่าและยกมันให้กับปาเลสไตน์ 

Oslo

ทุกอย่างจะไปได้ดี แต่เดือน พฤศจิกายนปี 1995 ระหว่างเดินขบวนสนับสนุนข้อตกลงออสโลในเทลอาวีฟ นายกรัฐมนตรียิตซัค ราบิน ถูกลอบสังหาร โดยชาวอิสราเอลหัวรุนแรงที่ไม่พอใจกับสนธิสัญญาดังกล่าว ต่อมาเดือนกรกฎาคมปี 2000 ที่การประชุมสุดยอดในแคมป์เดวิด ทั้งสองฝ่ายรวมตัวกันเพื่อตกลงข้อพิพาทค้างคาทั้งหมด เป็นการตัดสินชะตากรรมของเยรูซาเล็มและก่อตั้งรัฐปาเลสไตน์ แต่หาข้อตกลงร่วมไม่สำเร็จ กันยายน ปี 2000 ความรุนแรงปะทุขึ้นอีกครั้งในเขตครอบครองปาเลสไตน์ การจลาจลระลอกสองเริ่มต้นขึ้นมาจนถึงปัจจุบัน 

จบลงไปแล้วกับ หนังประวัติศาสตร์ออนไลน์ เรื่องนี้ เป็นยังไงกันบ้างครับ หวังว่าทุกคนจะได้ความรู้จากการดูหนังและอ่านบทความชิ้นนี้ ในส่วนคุณภาพของหนัง ด้วยความที่เป็นหนังที่ฉายทางทีวี รับรู้ได้ว่ามีข้อจำกัดในเรื่องของงบประมาณในการสร้าง ฉากหลักๆ ส่วนจึงอยู่แต่ในห้อง ความน่าสนใจคือบทสนทนาต้องดึงดูดผู้ชมให้ได้ ซึ่งหนังก็ทำออกมาได้ดี แต่ข้อเสียคือ ค่อนข้างจะงงหน่อย เพราะหนังไม่ได้มีเท็กซ์บรรยายต้นเรื่อง เหมือนกับดูซีรีส์ที่มีหลายตอนแล้วเราสุ่มแค่ตอนเดียว ถ้าหากใครไม่รู้เรื่องราวสงครามก็จะไม่อินเลย